มาลี

‘มาลีกรุ๊ป’ เปิด 3 กลยุทธ์ขับเคลื่อนตลาดน้ำผลไม้ 

 

รุ่งฉัตร บุญรัตน์ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท มาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง 2560 บริษัทจะรุกตลาดน้ำผลไม้ 100% มากขึ้น เนื่องจากเป็นตลาดที่มีมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 38% ซึ่งถือสูงกว่าตลาดอื่น (ข้อมูล ณ เดือน กรกฎาคม 2559-กรกฎาคม 2560) จากตลาดรวมน้ำผลไม้ที่มีมูลค่า 13,200 ล้านบาท โดยตลาดรวมน้ำผลไม้ทรงตัวมา 2 ปีแล้ว ซึ่งปกติจะเติบโตประมาณ 7-8% ต่อปี

 

ดังนั้น บริษัทจึงได้จัดสรรงบกว่า 60 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนและขยายตลาดน้ำผลไม้ 100% ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ กลยุทธ์ที่ 1 เปิดตัวบรรจุภัณฑ์โฉมใหม่ ถือเป็นการปรับโฉมครั้งแรกในรอบ 5-6 ปี โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เป็นสากล ด้วยการจับมือกับเวิลด์คลาส ดีไซเนอร์ ทำการวิจัยและพัฒนาดีไซน์บรรจุภัณฑ์โฉมใหม่ ภายใต้แนวคิด “Grown With Love” สะท้อนความมุ่งมั่นของมาลีในการผลิตน้ำผลไม้

 

สำหรับบรรจุภัณฑ์โฉมใหม่ ได้รับการออกแบบที่โดดเด่นดูดีมีสไตล์โดนใจด้วยภาพถ่ายผลไม้สีสันสดใสในมุมมองด้านบน กับผลไม้ที่ถูกผ่าครึ่ง และรูปใบไม้สีเขียวสด สื่อถึงความสดใหม่และน่ารับประทาน รวมทั้งยังมีการใช้แถบสีตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ตามโอกาสในการดื่ม สร้างความแตกต่าง จดจำได้ และช่วยให้ลูกค้า ทั้งในส่วนผู้บริโภคและร้านค้า สามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ได้ตรงตามความต้องการยิ่งขึ้น ได้แก่ กลุ่มส้มวิตามินซีสูง – Orange Crave (แถบสีส้ม) กลุ่มผลไม้หาทานได้ทุกวัน- Everyday Classic (แถบสีเขียวเข้ม) กลุ่มผลไม้รสชาติที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ - Indulgence (แถบสีม่วง) และกลุ่มผักผสมผลไม้เพื่อสุขภาพ – Vegetable (แถบสีเขียวอ่อน)

 

กลยุทธ์ที่ 2 การกระชับพอร์ตผลิตภัณฑ์ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในทุกขั้นตอน ตั้งแต่กระบวนการผลิต การเก็บรักษา การทำตลาด และการจัดจำหน่าย โดยปรับลดเอสเคยูที่ได้รับความนิยมน้อยลง 20% ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ตรงตามความต้องการได้ง่ายขึ้น

 

กลยุทธ์ที่ 3 โปรแกรมสื่อสารทางการตลาดรอบด้าน เข้าถึงผู้บริโภคด้วยช่องทางการสื่อสารแบบครบวงจร 360 องศา ประกอบด้วยภาพยนตร์โฆษณา สื่อออนไลน์ ทั้งในเฟซบุ๊กของผลิตภัณฑ์มาลี ยูทูป ไลน์ทีวี พร้อมทั้งสื่อสารผ่านกลุ่ม Online Influencer ให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่รักสุขภาพ กิจกรรมโรดโชว์ และแจกสินค้าตัวอย่างให้ชิม รวมทั้งการจัดวางผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น แบ่งตามกลุ่มรสชาติผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผู้บริโภคเลือกซื้อได้ง่ายขึ้น รวมทั้งสื่อ ณ จุดขาย และสื่อกลางแจ้ง

นอกจากนี้ จะไม่จำกัดแค่น้ำผลไม้เท่านั้น เพราะบริษัทวางตำแหน่งตัวเองเป็นผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เพื่อให้สามารถขยายไปยังแคธิกอรี่อื่นได้ โดยสิ้นเดือนสิงหาคมนี้จะมีสินค้าใหม่ออกสู่ตลาด 2 ตัว อาทิ นมอัลมอนด์ ภายใต้แบรนด์ มาลี นิวเทรียนท์ 

 

ปัจจุบัน ตลาดน้ำผลไม้มูลค่ากว่า 13,200 ล้านบาท หดตัวลง 7% แบ่งเป็นตลาดพรีเมียม 38% มีเดียม 10% อีโคโนมี 21% ซูเปอร์อีโคโนมี 18% อื่นๆ 13% โดยตลาดมีเดียมและซูเปอร์อีโคโนมีถือเป็นตลาดที่มีการเติบโต เพราะฐานยังเล็กอยู่ เมื่อเทียบกับตลาดอื่น

 

 

Visitors: 247,485