พีแอนด์จี

นวัตกรรม-ความเป็นผู้นำ-ความเป็นพลเมืองดี

หัวใจหลักการขับเคลื่อน 'พีแอนด์จี'

 

ราฟฟี่ ฟาร์ฮาโด กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์แกมเบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า "We Grow Together" เป็นแนวคิดหลักในโอกาสที่พีแอนด์จีครบรอบ 30 ปีของการทำตลาดในประเทศไทย โดยจะชูนวัตกรรม, ความเป็นผู้นำ และความเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จของธุรกิจ    

 

ส่วน 3 กลยุทธ์หลักของพีแอนด์จี คือ 1.นวัตกรรม ด้วยการออกสินค้าพรีเมียม เนื่องจากมองว่าในกลุ่มพรีเมียมยังมีกำลังซื้อและเติบโตอยู่ ขณะที่มีเดียมจะทรงตัว แต่ทั้งนี้มองว่านวัตกรรมไม่ได้ถูกจำกัดแค่เรื่องสินค้าเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงนวัตกรรมด้านการตลาดอีกด้วย 2.การอัพไซส์ เพื่อให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าขนาดใหญ่ขึ้น เนื่องจากคนไทยนิยมซื้อสินค้าขาดใหญ่ขึ้น พีแอนด์จีจึงพยายามสร้างโอกาสใหม่ๆ ด้วยการมีสินค้าขนาดใหญ่เข้าไปจำหน่าย อย่างร้านสะดวกซื้อ 3.กลยุทธ์ขายคู่ อย่างการกระตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อแชมพูกับครีมนวดผม เพราะส่วนใหญ่คนไทยจะนิยมซื้อแต่แชมพูเท่านั้น ไม่ซื้อครีมนวดผม จึงกลายเป็นโจทย์ให้ต้องคิดว่าทำอย่างไรผู้บริโภคจึงจะตัดสินใจซื้อคู่กัน      

 

ทั้งนี้ พีแอนด์จียังไม่มีแผนขยายตลาดไปยังสินค้าบริโภค โดยจะยังโฟกัสไปที่สินค้าอุปโภค อย่างสินค้าเฮ้าส์โฮลด์ หรือแฮร์แคร์ เป็นต้น โดยสินค้าในกลุ่มแฮร์แคร์ จะมีทั้งหมด 4 แบรนด์ คือ แพนทีน, เฮดแอนด์โชว์เดอร์, รีจอยส์ และเฮอร์บัลเอสเซนส์ และน้ำยาปรับผ้านุ่ม คือ แบรนด์ดาวน์นี่ ยังคงเป็นกลุ่มสินค้าที่สร้างรายได้หลักให้กับพีแอนด์จี 

 

เนื่องจากช่วงนี้ภาวะเศรษฐกิจยังไม่ค่อยดี จึงกลายเป็นความท้าทายในการสร้างการเติบโตของยอดขาย นวัตกรรมจึงกลายมาเป็นตัวขับเคลื่อนในการสรา้งความต้องการใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค อย่างการลอนซ์น้ำยาซักผ้าดาวน์นี่ นอกเหนือจากที่มีน้ำยาปรับผ้านุ่มอยู่แล้ว ซึ่งต่อไปไทยจะเป็นต้นแบบในการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ นอกเหนือไปจากการเป็นฐานการผลิตส่งออกสินค้าไปยังทั่วโลก 

 

ปัจจุบัน สินค้าพีแอนด์จีในไทย จะมีทั้งหมด 15 แบรนด์ โดยดาวน์นี่จะเป็นแบรนด์แรกที่เติบโตสูงสุด ตามมาด้วยแฮร์แคร์ และโอเลย์ นอกจากนี้ มีแผนจะขยายไปสู่ช่องทางอีคอมเมิร์ซ ซึ่งเรากำลังศึกษาตลาดด้านนี้อยู่ โดยก่อนหน้านี้ก็มีแบรนด์แพมเพอร์สที่ได้ทดลองทำตลาดในช่องทางดังกล่าว และต่อไปจะเป็นแบรนด์โอเลย์

 

ขณะที่การแข่งขันในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค ยังคงแข่งกันด้านราคา คาดว่าจะลากยาวไปจนถึงสิ้นปี แต่ในส่วนของเราคงจะไม่มีการลดราคาลงไปถึง 50% 

 

          

Visitors: 290,013