แสนแซ่บ

'แสนแซ่บ' รีเฟรชแบรนด์ใหม่



วสันต์ ลิมป์วชิรคม ผู้จัดการทั่วไป กล่าวว่า บริษัท แสนแซ่บ พรีเมี่ยม จำกัด เจ้าของแบรนด์ "แสนแซ่บ" เปิดเผยว่า หลังจากเปิดดำเนินธุรกิจมากว่า 10 ปี จึงได้จัดสรรงบไว้กว่า 15 ล้านบาท ปรับโฉมภาพลักษณ์ของแบรนด์ และร้านให้ดูทันสมัย มีความเป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้น แต่คงเอกลักษณ์ความเป็นอีสานโมเดิร์น เริ่มจากสาขาสยามพารากอน และจะทยอยปรับสาขาอื่นในห้างต่อไป คาดว่าจะแล้วเสร็จกลางปี 2561 ส่วนสาขาในคอมมูนิตี้มอลล์ ต้องรอดูผลตอบรับจากในห้างก่อน

 

เนื่องจากปัจจุบันมีจำนวนร้านอาหารทั่วไปกว่า 2 แสนแห่งทั่วประเทศ เป็นร้านอาหารอีสาน 11,000 แห่ง และมีเพียง 5-6 แบรนด์เท่านั้นที่เป็นร้านอาหารอีสานระดับพรีเมี่ยม ซึ่งมีราคาใช้จ่ายอยู่ที่ 500 บาทต่อคน โดยแสนแซ่บติดอันดับ 1 ใน 3

 

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจของแสนแซ่บในปีนี้ นอกเหนือจากการปรับโฉมภาพลักษณ์ของแบรนด์และร้านให้ดูทันสมัยแล้ว จะขยายสาขาในห้างมากขึ้น เพื่อให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ปัจจุบัน รูปแบบในการขยายสาขา 2 แบบ คือ ในห้าง และคอมมูนิตี้มอลล์ โดยสิ้นปีนี้มีแผนจะเปิดสาขาใหม่ที่เซ็นทรัลโคราช ซึ่งเป็นแฟรนไชส์ ขณะที่ปีหน้าจะขยายเพิ่ม 2 สาขา คือ เซ็นทรัลพระราม 2 และเทอร์มินัล 21 พัทยา ทำให้สิ้นปีนี้จะมีสาขาทั้งสิ้น 7 สาขา และมีแผนจะรุกธุรกิจแคเธอริ่งแบบครบวงจรมากขึ้น

 

ทั้งนี้ บริษัทมีแผนจะขยายสาขาในประเทศประมาณปีละ 2 สาขา และจะพยายามบาลานซ์สัดส่วนการขยายสาขาระหว่างในห้างและคอมมูนิตี้มอลล์ ซึ่งปัจจุบันสาขาในห้างจะอยู่ที่ 60% และคอมมูนิตี้มอลล์ 40% โดยงบลงทุนสำหรับสาขาในคอมมูนิตี้มอลล์จะอยู่ที่ 5 ล้านบาท ขณะที่สาขาในห้างประมาณ 7-8 ล้านบาท

 

ส่วนแผนการขยายสาขาไปยังต่างประเทศ มีแผนจะขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ให้กับนักลงทุนต่างชาติ เพราะมองว่าเจ้าของพื้นที่จะมีความเชี่ยวชาญ และเข้าใจพฤติกรรมการบริโภคของลูกค้าในตลาดตนเองมากกว่า โดยบริษัทจะใช้ความเชี่ยวชาญในเรื่องอาหารที่เป็นจุดแข็ง ร่วมกับพันธมิตรในประเทศที่เข้าไปเป็นกลยุทธ์ในการขยายตลาดต่างประเทศ เริ่มจากประเทศเวียดนาม จำนวน 3 สาขาในปี 2561 เบื้องต้นจะเป็นสแตนด์อะโลน ภายใต้เงื่อนไขสัญญา 5 ปี เป็นมาสเตอร์แฟรนไชส์

 

การปรับโฉมแสนแซ่บใหม่ในครั้งนี้ เพื่อให้แบรนด์มีความทันสมัย สดใส แต่ยังคงความเป็นพรีเมียม แฝงกลิ่นอายความเป็นอีสาน โดยใช้เอกลักษณ์จากลายผ้าขาวม้าสอดแทรกอยู่ในรายละเอียดต่างๆ ภายในร้าน และยังได้เพิ่ม ส้มตำ Live Station เป็นการ live การตำส้มตำกันสดๆ เพื่อให้ลูกค้ามีส่วนร่วม และมีอรรถรสในการรับประทานมากยิ่งขึ้น

 

 

นอกจากนี้ ได้เปิดตัวอาหารชุดพิเศษ 5 โตก 5 สไตล์ ชูจุดเด่นที่วัตถุดิบใหม่ คือ ปลาร้าจาก 5 ลุ่มน้ำ ที่ยังไม่เคยมีร้านใดทำมาก่อน เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์กูรูในด้านอาหารอีสานอย่างแท้จริง ประกอบด้วยขันโตกสำรับขุนแผน ใช้ปลาร้าจากลุ่มแม่น้ำท่าจีน สุพรรณบุรี,ขันโตกภูไทแสนแซ่บ ใช้ปลาร้าจากลุ่มแม่น้ำชี กาฬสินธ์ุ, ขันโตกสะบายดี ใช้ปลาร้าจากลุ่มแม่น้ำงึม ประเทศลาว, ขันโตกสายบัว ปลาร้าจากลุ่มแม่น้ำโขง อุดรธานี และขันโตกดูเรียนตำพริ้ว ปลาร้าจากลุ่มแม่น้ำจันทรบูร จันทบุรี

 

อย่างไรก็ตาม คาดว่าสิ้นปีจะสร้างรายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ คือ 100 ล้านบาท และตั้งเป้าเติบโต 50% ในปี 2561 โดยรายได้จากต่างประเทศจะอยู่ที่ 10% ของรายได้รวม

 

 

Visitors: 248,331