คอตตอน ยูเอสเอ

คอตตอน ยูเอสเอผนึก ซีเอ็มจีเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่รุกตลาดยีนส์

 

                                    

 

ไกรภพ แพ่งสภา ตัวแทนคอตตอน ยูเอสเอ ในกลุ่มประเทศอาเซียน เปิดเผยว่า จากข้อมูลของผลสำรวจ Global Lifestyle Monitor ในปี 2559 ระบุว่าผู้บริโภคคนไทยกว่า 79% มองว่า ยีนส์เหมาะสมที่จะเป็นเสื้อผ้าแฟชั่น และกว่า 41% ชื่นชอบกางเกงยีนส์ และเสื้อผ้าที่ทำมาจากผ้ายีนส์มากกว่าเสื้อผ้าแบบอื่น นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้บริโภคคนไทยมีไอเท็มยีนส์เฉลี่ยคนละไม่ต่ำกว่า 10 ตัว และมีการสวมใส่บ่อยถึง 98% ซึ่งจากข้อมูลแสดงให้เห็นว่าแฟชั่นยีนส์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มผู้บริโภคคนไทย

 

ดังนั้น เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงคุณภาพของเส้นใยฝ้ายจากสหรัฐอเมริกา และตอบรับกระแสความนิยมผลิตภัณฑ์ยีนส์ในกลุ่มผู้บริโภคคนไทย จึงได้ร่วมมือกับบริษัท เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจมากว่า 10 ปี ที่ประกอบด้วย 3 แบรนด์ไลเซนซีในกลุ่มผลิตภัณฑ์ยีนส์ ได้แก่ ลี, ลี คูเปอร์ และแรงเลอร์ เปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษ “CMG x Cotton Incorporated x COTTON USA™” โดยมีการนำเทคโนโลยีบนผ้าฝ้ายจากคอตตอน อินคอร์ปอเรท องค์กรที่เป็นผู้คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมบนผ้าฝ้าย มาประยุกต์เข้ากับคอลเลคชั่นดังกล่าว เพิ่มคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ยีนส์ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น 

 

นันทพร ประเสริฐบดินทร์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด แบรนด์ลี ในกลุ่มบริษัท เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ด้วยกลยุทธ์ของลีมุ่งสู่การเป็นผู้นำแห่งนวัตกรรมเครื่องแต่งกาย จึงให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง อาทิ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของลีผ่านตู้คีออส หรือเครื่องขายเสื้อผ้าอัตโนมัติเป็นครั้งแรกในไทย เพื่อสร้างความแตกต่างท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดยีนส์มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท

 

คอลเลคชั่นพิเศษนี้เป็นการสานต่อคอนเซปท์ “RE/DISCOVERWORKLIFE” ที่คนรุ่นใหม่มองว่าการทำงานในยุคนี้ คือการได้ทำในสิ่งที่รักและตนเองใฝ่ฝัน ในสไตล์ Work & Play ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองในปัจจุบันที่มีวิถีในการทำงานเปลี่ยนไป จากที่เคยต้องนั่งอยู่แต่ในออฟฟิศ ก็เริ่มมีแรงบันดาลใจใหม่ๆ ที่จะออกไปเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานในที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ หรือ Co-Working Space เสื้อผ้าในคอลเลคชั่นนี้จึงเป็นแนวสปอร์ตแฟชั่น เจาะผู้ชายอายุ 25 ปีขึ้นไป มีคีย์ ไอเท็มหลักอย่างเสื้อยืดที่ใช้เทคโนโลยีวิคกิ้ง วินโดว์ และกางเกงยีนส์ที่ใช้นำเทคโนโลยีทรานส์ดราย เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป ในราคา 1,990 – 2,490 บาท

 

สุดาทิพย์ แสงประเสริฐ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด แบรนด์ ลี คูเปอร์ และแรงเลอร์ ในกลุ่มบริษัท เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า แนวทางการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายลี คูเปอร์ทั่วโลก ที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุระหว่าง 18-24 ปี ภายใต้แนวคิด เมด ทู บี ดิฟเฟอร์เรนท์ – Made To Be Different” ที่ต้องการสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่กล้าที่จะเผยความเป็นตัวเองในแบบที่แตกต่าง

 

สำหรับในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ลี คูเปอร์ยังคงนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนถึงแนวคิดดังกล่าว และได้เพิ่มเทคโนโลยีเข้าไปในผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยมีคีย์ไอเท็มหลัก ได้แก่ กางเกงยีนส์สกินนี่ทรงเฮนรี่ของผู้ชาย และกางเกงยีนส์เข้ารูปทรงเพิร์ลของผู้หญิง ที่มีการผสมผสานเทคโนโลยีทัฟ คอตตอน โดยกางเกงยีนส์คอลเลคชั่นนี้วางจำหน่ายในราคา 2,190 - 2,390 บาท

 

นอกจากนี้ คอลเลคชั่นดังกล่าวยังมีเสื้อเชิ้ตผ้ายีนส์ และเสื้อยืดพิมพ์ลายที่ได้รับเกียรติจากฐกฤต ครุธพุ่ม หรือ OCTOBER 29 ศิลปินสุดแนวเจ้าของงานศิลปะสไตล์กราฟิตี้ มาร่วมออกแบบลายเสื้อยืดในคอลเลคชั่นดังกล่าวจำนวน 10 ลาย ที่สะท้อนการก้าวข้ามจากขนบแบบเดิมๆ ตามแบบฉบับของลี คูเปอร์ โดยเสื้อยืดจะจำหน่ายในราคา 990 บาท

 

สำหรับแรงเลอร์จะจับกลุ่มผู้ชาย 70% ผู้หญิง 30% ที่มีไลฟ์สไตล์รักอิสระ ชอบการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อค้นหาสิ่งใหม่ๆ ให้กับตัวเองอยู่เสมอจึงได้วางกลยุทธ์ทางการตลาดไว้ 2 อย่าง คือ กลยุทธ์แรกจะเน้นขยายฐานกลุ่มเป้าหมายเพื่อสร้างการรับรู้ในแบรนด์ให้กว้างขึ้น อาทิ การจัดแคมเปญ แรงเลอร์  ทรู วันเดอเรอร์จากแคมเปญดังกล่าวทำให้แบรนด์สามารถขยายฐานของลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มไบค์เกอร์ และผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางให้รู้จักกับแบรนด์ และเกิดการทดลองสินค้าของแรงเลอร์ได้มากยิ่งขึ้น

 

กลยุทธ์ที่สอง มุ่งเน้นสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง ด้วยการพัฒนาสินค้าให้มีนวัตกรรมที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว และสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ความต้องการของผู้บริโภคที่แท้จริง ภายใต้ชื่อกลุ่มสินค้า เดนิม เพอร์ฟอร์แมนซ์ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องดีไซน์ และฟังก์ชั่นการใช้งานที่เหมาะกับการเดินทางในทุกรูปแบบ นำเสนอในคีย์ไอเท็มหลักอย่างกางเกงยีนส์ทรงสลิมอย่างสเปนเซอร์ วางจำหน่ายในเดือนตุลาคมนี้ ในราคา 1,990 – 3,290 บาท นอกจากนี้ยังมีกางเกงยีนส์สกินนี่ทรงใหม่อย่างไบรซันสำหรับผู้ชาย กางเกงยีนส์ทรงสกินนี่สำหรับผู้หญิง อย่างอเล็ค ชุดเอี๊ยมทรงคลาสสิค ไอเท็ม must-have อย่างเสื้อเชิ้ตยีนส์ และเสื้อยืดทั้งแขนสั้นและแขนยาว วางจำหน่ายแล้วในราคา 890 – 3,290 บาท

 

                                                                        

 

สำหรับงบการตลาดในการเปิดตัวคอลเลคชั่นนี้ คอตตอน ยูเอสเอ และซีเอ็มจีใช้งบรวมกว่า 60 ล้านบาท เพื่อทำการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายผ่านช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะการโปรโมทผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศที่มีกว่า 200 แห่ง รวมถึงสื่อออนไลน์ และช่องทางช้อปปิ้งออนไลน์ชั้นนำ 

 

 

Visitors: 290,072