น้ำมันมะกอก

นักวิจัยยืนยันคุณสมบัติของน้ำมันมะกอก ต้านโรคเบาหวานและโรคอ้วน

 

 

ขณะที่จำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคอ้วนในประเทศไทยกำลังเพิ่มขึ้นอย่างน่าวิตก ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียเทคได้ประกาศการค้นพบสาเหตุเบื้องหลังคุณสมบัติของน้ำมันมะกอก ในฐานะทางเลือกราคาย่อมเยาในการป้องกันโรคเบาหวานและลดไขมันที่สะสมในร่างกายโดยงานวิจัยชิ้นดังกล่าวระบุว่าสารประกอบในน้ำมันมะกอกอย่าง โอรียูโรพีอีนมีส่วนช่วยกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบเผาผลาญและระดับน้ำตาลในเลือด จึงนับเป็นการค้นพบครั้งสำคัญที่อาจเข้ามามีบทบาทในการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านสาธารณสุขของประเทศไทย เนื่องจากในปัจจุบัน คนไทยนับล้านตกอยู่ในภาวะเสี่ยงเป็นโรคในกลุ่ม NCDs หรือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยสถิติล่าสุดจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พบว่าคนไทยกว่าร้อยละ 32 มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน ในขณะที่จำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานพุ่งสูงถึง 4 ล้านคน และที่น่าเป็นห่วงคือมีผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานโดยไม่รู้ตัวอีกกว่า 7.7 ล้านคน

 

 

ผลงานวิจัยนี้ช่วยตอบข้อสงสัยที่มีมายาวนานว่า ทำไมผลิตภัณฑ์จากมะกอกถึงสามารถป้องกัน และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานได้ผศ. ดร. ปิน ซวี จากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียเทคอธิบาย ปัจจุบัน จำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง และเราหวังว่างานวิจัยครั้งนี้จะทำให้คนทั่วไปหันมาให้ความสำคัญกับการเลือกรับประทานผลิตภัณฑ์จากมะกอกมากขึ้น

 

ผลงานวิจัยล่าสุด ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารสมาคมเคมีแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา บ่งชี้ว่าสารประกอบ โอรียูโรพีอีนซึ่งเป็นสารประกอบฟีนอลิกที่พบในผลมะกอก มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการทำงานของฮอร์โมนอินซูลินในร่างกาย โดยอินซูลินจะนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์เพื่อไปเผาผลาญเป็นพลังงาน และยังทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบเผาผลาญของร่างกาย กล่าวคือเมื่อระดับอินซูลินสูงขึ้น จะยับยั้งการสะสมไขมันในร่างกายอันเป็นสาเหตุหลักของปัญหาน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ สาร โอรียูโรพีอีนยังช่วยยับยั้งความเป็นพิษต่อเซลล์ซึ่งเกิดจากโมเลกุล อะมีลินที่พบในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่สองอีกด้วย

 

 

 

น้ำมันมะกอกขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณค่าต่อสุขภาพ และมีส่วนช่วยยืดอายุของผู้ที่รับประทานเป็นประจำแต่ก่อนหน้านี้ยังไม่มีหลักฐานเชิงชีวเคมีมาระบุถึงสาเหตุเบื้องหลังคุณประโยชน์ของน้ำมันมะกอกในด้านดังกล่าวอย่างชัดเจน ดังนั้น การค้นพบครั้งนี้จึงช่วยให้คนไทยที่ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคอ้วนสามารถป้องกันตัวเองจากสองโรคร้ายได้ง่าย ๆ เพียงแค่รับประทานน้ำมันมะกอกเป็นประจำ ควบคู่กับการเลือกรับประทานอาหารให้มีสมดุลทางโภชนาการ ซึ่งจะช่วยให้ทุกคนห่างไกลจากโรคเบาหวาน และยังทำให้การลดน้ำหนักเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ทำได้อีกด้วย

 

 

 

เป็นที่ทราบกันดีว่าน้ำมันมะกอกเปี่ยมไปด้วยคุณค่าสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย แต่ผลการวิจัยซึ่งสามารถอธิบายถึงสารออกฤทธิ์ในน้ำมันมะกอกที่ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานและช่วยลดน้ำหนักได้นั้น นับเป็นความรู้ใหม่ ซึ่งพวกเราหวังว่าจะมีส่วนช่วยให้ผู้บริโภคชาวไทยมีสุขภาพที่ดีขึ้นครับอัลแบร์โต้ เปเรซ มาร์ติน ผู้อำนวยการเบอร์ทอลลี่ประเทศไทยและเอเชีย แบรนด์น้ำมันมะกอกอันดับหนึ่งในประเทศไทยกล่าว

 

ที่มา: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2560

ที่มา: https://vtnews.vt.edu/articles/2017/09/091317-fralin-olives.html

ที่มา: https://www.bloomberg.com/news/articles/2017-03-20/italy-s-struggling-economy-has-world-s-healthiest-people

เครดิตภาพ : Pixabay 

 

Visitors: 290,674