กูลิโกะ โฟรเซ่น

กูลิโกะทุ่มงบเปิดตัวช็อกโกแลตซีรีส์ลุยตลาดพรีเมียมแมส

 

 

คิโยทะคะ ชิมะโมริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กูลิโกะ โฟรเซ่น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับตลาดไอศกรีมในปี 2559 มีมูลค่ากว่า 12,000 ล้านบาท เติบโต 7% เนื่องจากมีผู้เล่นหลายรายกระโดดเข้ามาร่วมแข่งขัน ทำให้สินค้าในตลาดมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น เพราะที่ผ่านมาผู้บริโภคคนไทยจะคุ้นเคยกับไอศกรีมแบบเดิมๆ ดังนั้น เมื่อมีไอศกรีมใหม่ๆ ออกมา เลยสร้างความตื่นตาให้กับผู้บริโภค และทำให้ตลาดเติบโตขึ้นตามไปด้วย

 

 

 

อย่างปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นปีแรกในการเข้าสู่ตลาดของกูลิโกะในตลาดไอศกรีมเมืองไทย ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จนกลายเป็นกระแส และทำให้สินค้าขาดตลาด เพราะไม่ได้เตรียมการผลิตที่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ปีนี้จึงได้ขยายกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 3 เท่า และเริ่มขยายกำลังการผลิตตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยให้บริษัท จอมธนา ซึ่งผลิตไอศกรีมครีโม เป็นผู้ผลิต และช่วยกระจายสินค้าให้ เพราะปีนี้บริษัทมีแผนจะขยายช่องทางการจำหน่ายให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัดประมาณ 30 จังหวัดแต่จะเป็นหัวเมืองใหญ่ก่อน ด้วยที่ผ่านมาช่องทางจำหน่ายหลักจะอยู่ที่กรุงเทพฯและปริมณฑล

 

 

 

ดังนั้น นับแต่ปีนี้จะรุกตลาดมากขึ้น โดยปีนี้จะใช้งบการตลาดเป็น 2 เท่าของปีที่แล้ว เพราะมีความพร้อมเรื่องกำลังการผลิต และช่องทางการจำหน่ายสินค้า โดยเฉพาะการทำโปรโมชั่น ทั้งการทำโปรโมชั่นกับร้านค้า และการแจกสินค้าให้ผู้บริโภคได้ทดลองชิม นอกจากนี้ จะเน้นสื่อทีวีดิจิตัลมากขึ้น ควบคู่ไปกับสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์อย่างต่อเนื่อง

 

 

 

ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มช็อกโกแลตซีรีส์ประกอบด้วยไจแอนท์ โคน คราวน์  รสริช ช็อกโก แอนด์ ครัช อัลมอนด์ ไอซ์ ราคา 35 บาท, เซเว่นทีน ไอซ์ คราวน์ รสดับเบิล ช็อกโกล่า คาราเมล ไอซ์ ราคา 25 บาทและพาแนปป์ รสทริปเปิลช็อกโกแลตซันเด ราคา 25 บาท ส่งผลให้ปัจจุบันไอศกรีมของกูลิโกะมีทั้งสิ้น 12 เอสเคยู

 

 

โดยสินค้าในกลุ่มไจแอนท์ โคนและเซเว่นทีน ไอซ์ ถูกส่งมาภายใต้ไลน์สินค้าใหม่ที่ชื่อว่า “คราวน์”  ซึ่งถือเป็นการรุกตลาดพรีเมียมครั้งแรกของไอศกรีมกูลิโกะ ที่มุ่งขยายตลาดในกลุ่มพรีเมียมแมส เนื่องจากเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูงสุด เติบโตเป็นเลข 2 หลัก เป็นตลาดไอศกรีมที่มีราคาตั้งแต่ 35 บาทขึ้นไป

 

พร้อมกันนี้ ยังได้เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์”เนื่องจากมองว่าตรงกับกลุ่มเป้าหมาย นั่นคือ คนทำงานรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของสินค้าในกลุ่มไจแอนท์ โคน คราวน์ และพาแนปป์ ขณะเดียวกันก็สามารถเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของเซเว่นทีน ไอซ์ คราวน์ ได้อีกด้วย

 

 

 

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้แก่ผู้บริโภคได้นำเข้าตู้หยอดเหรียญกดไอศกรีมอัตโนมัติจากประเทศญี่ปุ่น มาให้ผู้บริโภคได้ทดลองซื้อไอศกรีมจากตู้อัตโนมัติกันอีกด้วย โดยจะหมุนเวียนไปตามจุดต่างๆ ในกรุงเทพฯ 4 จุดด้วยกัน ได้แก่ สยามเซ็นเตอร์ และห้างเมกา บางนา ในเดือนพฤศจิกายน ตามด้วยพารากอน ซีนีเพล็กซ์ และเซ็นทรัลเวิลด์ ในเดือนธันวาคม เบื้องต้นตู้ดังกล่าวจะวางที่ไทยเพียง 2 เดือน

 

อย่างไรก็ตาม คาดว่าตลาดไอศกรีม 12,000 ล้านบาทในปีนี้ จะเติบโตประมาณ 5-10% แต่ยังถือว่าน้อย เพราะคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 10 ของตลาดไอศกรีมญี่ปุ่น แต่ทั้งนี้มองว่าตลาดไอศกรีมในไทยยังเติบโตได้อีก เพราะอัตราการบริโภคไอศกรีมของคนไทยอยู่ที่ 2 ชิ้นต่อคนต่อเดือนเท่านั้น และจากการรุกตลาดอย่างต่อเนื่อง คาดว่าปีนี้ส่วนแบ่งตลาดของกูลิโกะจะเพิ่มขึ้นเป็น 7% ของตลาดโดยรวม จากเดิมมีส่วนแบ่ง 7% เฉพาะตลาดในกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยอยู่อันดับ 4 และคาดว่าจะมีส่วนแบ่งตลาดติดท็อปทรีภายใน 5 ปีนับจากนี้

 

 

Visitors: 290,072