เส้นผมและโรคของเส้นผม

เรื่องของเส้นผมและโรคของเส้นผม

โดย : พญ. ชินมนัส ตั้งจาตุรนต์รัศมีประชาสัมพันธ์สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย

 

ผมกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยของ การดูดีแบบครบสูตรหลายคนโชคดีมี ผมที่หนาและดกตลอดชีวิต จะดำหรือขาวก็ แล้วแต่อายุ คนที่ผมบางอาจรักตัวกลัว ผมหาย และดูแลรักษาอย่างดี คนที่มีพอดีๆ อาจไม่รู้ตัวแล้วรังแก ผมของตัวเองโดยไม่รู้ตัว

 

คนเราจะมีเส้นผมโดยประมาณคนละ 100,000 -150,000 เส้น ผมของแต่ละคนจะดูฟูดก หยิก ตรงลีบ ขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์ แต่ก็จะมีจำนวนประมาณนี้ วงจรการเติบโตของ ผมก็น่าสนใจ คือ ผมเราไม่ได้งอกทุกวันแต่มีวงจรชีวิตที่ สามารถ แบ่งได้เป็น 3 ระยะ ดังนี้

 

1.ระยะการเจริญเติบโต หรือ Anagen Phase คือระยะที่ต่อมราก ผมจะอยู่ลึกที่สุดในชั้นหนังแท้ โดยมีหลอดเลือดมาหล่อเลี้ยงอยู่มากมาย และจะใช้เวลาประมาณ 1,000วัน หรือ 3 ปี ในการเจริญเติบโตเป็นเส้นผม ประมาณ 85-90%ของเส้นผมทั้งศีรษะจะอยู่ในระยะการเจริญเติบโตนี้

 

2.ระยะหยุดการเจริญเติบโต หรือ Catagen Phase คือ ระยะหยุดการเจริญเติบโต ต่อมรากผมจะหยุดการแบ่งเซลล์ แต่ต่อมรากผมจะมีการค่อยๆเลื่อนสูงขึ้นไปเรื่อยๆ โดยทั่วไประยะนี้จะกินเวลาประมาณ 3 สัปดาห์

 

3.ระยะพัก หรือ Telogen Phase ซึ่งเป็นระยะสุดท้ายของเส้นผม เมื่อต่อมรากผมเลื่อนสูงขึ้นจนถึงบริเวณของเซลล์ต้นกำเนิด (Stem cell)แล้ว ผมของคนเราก็จะเข้าสู่ ระยะพัก ซึ่งจะเป็นเพียงช่วงสั้นๆประมาณ 100 วัน  หรือ 3 เดือน ทั้งนี้ 10% ของเส้นผมทั้งศีรษะจะอยู่ในระยะพักนี้ ก่อนที่เซลล์ต้นกำเนิด (Stem cell)จะส่งสัญญาณให้ต่อมผมเลื่อนลงมาอีกครั้งเพื่อให้มีการสร้างผมใหม่ โดยเส้นผมใหม่ที่สร้างขึ้นจะดันผมเก่าให้หลุดร่วงไป

 

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว เราลองมาดูกันค่ะว่า มีโรค หรือ ปัจจัยอะไรที่จะเป็นอุปสรรคของการมี ผมที่สลวยสวยเก๋ ซึ่งความจริงแล้วปัญหาของ ผมเกิดขึ้นได้ทุกฤดู  โดยเฉพาะความร้อนของแสงแดด อาจจะไปกระตุ้นทำให้ ผมมันมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้แบคทีเรียและยีสต์ เจริญอาหารมันนี้จนทำให้เกิดอาการคันและเป็นผื่นได้ บางคนก็มีปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้เป็นโรคที่หนังศีรษะได้  เพราะฉะนั้นเราควรให้ความสนใจ ผมของเราบ้างจะได้ไม่เสียใจที่หลัง

 

คนที่มีรังแคเยอะ และคันศีรษะมาก ส่วนใหญ่จะเป็นโรค Seborrheic Dermatitis ภาษาไทยเรียกสั้นๆ ว่าโรค เซ็บเดิร์ม”  ซึ่งเป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบชนิดหนึ่งที่ยังไม่พบสาเหตุแน่ชัดในการเกิดโรค จากหลักฐานทางการแพทย์พบว่า อาจจะเกิดจากการที่หนังศีรษะมียีสต์ที่ชื่อ Malassezia furfur มากกว่าปกติ ทำให้มีการสร้างสารก่อให้เกิดการอักเสบที่ผิวหนัง จึงเกิดเป็นผื่นคันดังกล่าว ซึ่งมีปัจจัยอื่นที่อาจมีความสัมพันธ์ร่วม เช่น การที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้น เช่น ตากแดดหรือดื่มแอลกอฮอล์  ในบางฤดู เช่นฤดูหนาว หนังศีรษะอาจแห้งคันมากขึ้น เกิดความเครียดนอนไม่พอ พักผ่อนน้อยหรือมีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น พาร์กินสันการรับประทานยาบางอย่าง เช่น ยากันชักยา cimetidine ที่ใช้รักษาโรคกระเพาะ อาจทำให้มีโอกาสเกิดโรค "เซ็บเดิร์ม" นี้มากขึ้นเช่นกัน แม้จะยังไม่สามารถหาสาเหตุของการเกิดโรคที่แท้จริงได้ แต่มีคนไข้ที่เป็นโรคนี้กันมากในหน้าร้อนและหน้าหนาว

 

อาการของโรค เซ็บเดิร์มคือ มีอาการคันที่หนังศีรษะ ผิวหนังเป็นผื่นแดง ตุ่มคัน หรือหนังศีรษะนูนหนา มีรังแค ล้วนเป็นอาการของ เซ็บเดิร์มทั้งสิ้น โรค "เซ็บเดิร์ม" อาจมีอาการคล้ายกับโรคสะเก็ดเงินได้ แต่โรคสะเก็ดเงินจะมีผื่นแดงมากกว่า ผื่นหนากว่าและมีสะเก็ดมากกว่า โชคดีที่โรค "เซ็บเดิร์ม" ส่วนใหญ่ไม่ทำให้ ผมร่วง นอกจากเป็นเยอะมากจริงๆ

 

การรักษาไม่ยาก เพียงแต่คนไข้ควรหลีกเลี่ยงความเครียด นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ลดการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งยิ่งดื่ม จะยิ่งไปกระตุ้นให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นและควรใช้แชมพูที่มีส่วนประกอบของ Ketoconazole, Tar, Salicylic acid, หรือ Ciclopiroxolamine  อาจทำให้อาการคันหนังศีรษะและรังแคลดลง ในคนที่มีอาการมาก อาจใช้ยาโลชั่นที่มีส่วนประกอบของยาสเตียรอยด์ร่วมด้วย โรคนี้มักมีอาการเป็น ๆหาย ๆ มักไม่หายขาด ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นเท่าที่เป็นไปได้ และทายาและ/หรือสระผมด้วยแชมพูที่ผสมตัวยาดังกล่าว เพื่อทำให้อาการดีขึ้นและทำให้โรคอยู่ในภาวะที่ควบคุมได้จะดีกว่า

 

สำหรับ เคล็ดลับทำให้  ผมแข็งแรงของทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชาย คือ ต้องทานอาหารที่มี ธาตุเหล็กให้เพียงพอ  เช่น ผักใบเขียว เนื้อแดงหรือเครื่องในสัตว์ แต่อย่ารับประทานมากจนเกินไป ทานแต่พอดี  ซึ่งถ้าร่างกายเรามีธาตุเหล็กไม่เพียงพอ ผมเราก็จะเริ่มเปราะบาง และหลุดร่วงง่าย  โดยปกติแล้ว ผมของเราจะร่วงวันละประมาณ 50-100 เส้น แต่วันที่สระผมอาจร่วงมากหน่อย คือ 100-200 เส้น

 

ส่วนเคล็ดลับ ผม สวยอย่างแรกเลย อยู่ที่การเลือกใช้แชมพู เลือกใช้ยี่ห้อที่เราใช้แล้วไม่คัน ไม่ระคายเคือง สำหรับอากาศแบบบ้านเราไม่ควรเลือกใช้แชมพูที่ไม่ผสมน้ำมันเยอะๆ เพราะจะไปกระตุ้นให้แบคทีเรีย หรือ ยีสต์ มาเยี่ยมเยียนมากขึ้น แต่อาจเหมาะกับบางคน เช่น คนที่เป็นโรคสะเก็ดเงินหรือคนที่มีหนังศีรษะหรือผมที่แห้งมาก อย่างที่สอง คือ เรื่องการทำ ผมสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับ ผมคือ รักษาความสะอาด ดูแลผมแต่เพียงพอเหมาะ ไม่ทำร้าย ผมด้วยความร้อนหรือสารเคมีบ่อยมากจนเกินไป รักษาสุขภาพและรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่ ก็เพียงพอสำหรับผมสวยได้ตลอดทั้งปี

 

 

Visitors: 246,824