แพนดอร่า

แพนดอร่าเผยยอดขายโต 15% พร้อมปรับกลยุทธ์ใหม่เน้นสร้างประสบการณ์พิเศษให้ผู้หญิง

 

แพนดอร่า หนึ่งในแบรนด์เครื่องประดับอัญมณีที่ใหญ่ที่สุดของโลกซึ่งมีฐานการผลิตในประเทศไทยเพียงประเทศเดียว เปิดเผยยอดขายทั่วโลกปีที่ผ่านมาโต 15% ชี้อนาคตตลาดอัญมณียังสดใส แถลงปรับวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ใหม่เน้นสร้างประสบการณ์อันพิเศษสุดให้ผู้หญิงทุกคน พร้อมขยายตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

 

แพนดอร่า เครื่องประดับอัญมณีแบรนด์ดังสัญชาติเดนมาร์ก ปักหมุดผู้นำวงการจิวเวลรี่โลก ด้วยวิสัยทัศน์ใหม่ในการเป็นแบรนด์ผู้ผลิตเครื่องประดับอัญมณีที่ส่งมอบประสบการณ์อันพิเศษสุดให้แก่ผู้หญิงทุกคน และพันธกิจใหม่ระหว่างปี 2561-2565 ในการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงทุกคนรู้สึกสร้างสรรค์ในการแสดงออกถึงความเป็นตัวตนของเธอ

 

 

นีลส์ เฮแลนเดอร์ รองประธานอาวุโสสายงานการผลิตและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แพนดอร่า โพรดักชั่น จำกัด เปิดเผยว่า แพนดอร่ามีการเติบโตอย่างน่าทึ่งตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ในปี 2560 แพนดอร่าเติบโต 15% โดยมีรายได้รวมคิดเป็นมูลค่า 22.8 พันล้านโครนเดนมาร์ก หรือกว่า 1.14 แสนล้านบาท สำหรับปี 2561-2565  แพนดอร่าตั้งเป้าเติบโต 7-10% ต่อปี โดยขับเคลื่อนผ่าน 4 กลยุทธ์ใหม่ดังนี้

 

กลยุทธ์ใหม่ของแพนดอร่า ปี 2561-2565

 

1. สร้างเครื่องประดับรูปแบบใหม่ๆ ในราคาที่ทุกคนสามารถครอบครองได้

ตอกย้ำความเป็นผู้นำสินค้าหลักประเภทจี้ประดับ (Charms) และสร้อยข้อมือ รวมทั้งขยายกลุ่มสินค้าประเภทแหวน ตุ้มหู สร้อยคอและจี้ห้อยคอ ให้เติบโตขึ้นจากสัดส่วนรายได้ในปัจจุบัน 25% เพิ่มเป็น 50% ภายในปี 2565 นอกจากนี้ ยังชูนวัตกรรมและการพัฒนาสินค้าให้มีดีไซน์ทันสมัย ด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมเครื่องประดับรูปแบบใหม่ปีละ 1 แนวคิด รวมทั้งเพิ่มการออกคอลเลคชั่นปกติจาก 7 เป็น 10 คอลเลคชั่นต่อปี เพื่อตอบสนองกับความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย พร้อมทั้งรักษาคุณภาพสินค้าและราคาให้โดนใจผู้หญิงทุกคน

 

2. สร้างประสบการณ์ของแบรนด์ในโลกดิจิตอล (Digitalised Brand Experience)

ปรับเปลี่ยนสู่ ดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง” (Digital Marketing)” ในทุกช่องทาง โดยจัดสรรงบทางการตลาดในสื่อออนไลน์เพิ่มจากสัดส่วน 30% เป็น 60% ตอบรับพฤติกรรมของลูกค้า ตั้งเป้าทุ่มงบการตลาดทั่วโลก 8% ของรายได้ในปี 2565

 

3. บูรณาการทุกช่องทางการขาย (Winning in Omni-Channel Retail)

แพนดอร่าวางแผนช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าแบบบูรณาการทั่วโลก เชื่อมโยงช่องทางร้านขายปลีกและ e-commerce อย่างเต็มรูปแบบ ตั้งเป้าเปิดร้านเพิ่มจำนวน 200 ร้านต่อปี โดย 2 ใน 3 ของร้านขายปลีกทั่วโลกจะเป็นร้านค้าที่แพนดอร่าเป็นเจ้าของและบริหารเอง รวมทั้งบุกช่องทางการขายออนไลน์ (eSTORE) มากขึ้นโดยมุ่งให้สัดส่วนรายได้จากร้านค้าออนไลน์เพิ่มขึ้นเป็น 10-15% ของรายได้รวม

 

4.ระบบการผลิตอันคล่องตัว (Agile Manufacturing)

ขยายกำลังการผลิตเพื่อส่งมอบเครื่องประดับแนวคิดใหม่พร้อมๆ กับการเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการผลิต โดยแพนดอร่าได้วางแผนลงทุนกว่า 9 พันล้านบาทในประเทศไทยระหว่างปี 2558-2562 เริ่มจากการสร้างโรงงานแห่งที่ 2 ที่จังหวัดลำพูน ซึ่งเพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคมปี 2560 ที่ผ่านมา และสร้างอาคารใหม่ TRIPLE A ที่นิคมอุตสาหกรรมอัญธานี กรุงเทพฯ ซึ่งจะเปิดตัวในเดือนมีนาคมปีนี้ รวมทั้งการปรับปรุงอาคารฝ่ายผลิตอื่นๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน  ตั้งเป้าสร้างกำลังการผลิตเครื่องประดับอัญมณีให้ได้ 200 ล้านชิ้นต่อปี ภายใน 5 ปี

 

นอกจากนี้ ในปี 2560 แพนดอร่ายังได้เปิดศูนย์นวัตกรรม (The Innovation Centre) ซึ่งเป็นศูนย์นวัตกรรมเครื่องประดับอัญมณีที่ใหญ่ที่สุดในโลกในกรุงเทพมหานคร ที่จะคิดค้นนวัตกรรมล้ำสมัยรวมไปถึงสินค้าที่สวยงาม หลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพและตอบรับความต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต

 

ด้วยวิสัยทัศน์ใหม่ กลยุทธ์ใหม่ และโครงสร้างพื้นฐานอันแข็งแกร่งของแพนดอร่า เมื่อผสานกับศักยภาพของช่างฝีมือชาวไทยรวมทั้งทีมงานแพนดอร่าทั่วโลก ผมเชื่อมั่นว่าแพนดอร่าจะเดินหน้าสู่ความสำเร็จอย่างเต็มภาคภูมิในปี 2565 นำพาประเทศไทยเป็นผู้นำด้านการผลิตและส่งออกของวงการจิวเวลรี่ระดับโลก และบรรลุการเติบโตอย่างยั่งยืนตามที่เราตั้งใจไว้ได้อย่างแน่นอน

 

ผลประกอบการและความสำเร็จของแพนดอร่าปี 2560

 

รายได้รวมคิดเป็นมูลค่ากว่า 1.14 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปี 2559 โดยผลิตเครื่องประดับอัญมณีทั้งหมด 117 ล้านชิ้นจากฝีมือของช่างเครื่องประดับชาวไทย วางจำหน่ายในมากกว่า 100 ประเทศ ใน 6 ทวีปทั่วโลก สัดส่วนยอดขายแบ่งออกเป็นจี้ประดับและสร้อยข้อมือ 75% แหวน 14% ตุ้มหู 6% สร้อยคอและจี้ห้อยคอ 5%

 

Visitors: 290,375