Bloss Natura

‘Bloss Natura’ ดึง คิมเบอร์ลี่ขึ้นแท่นพรีเซ็นเตอร์ครีมกันแดด ตอบโจทย์สาวยุคใหม่

 

ปิยะวดี เหลียงกอบกิจ ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท บลัช บิวตี้ (ไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม ภายใต้แบรนด์ Bloss Natura (บลอสส์ เนเชอร่า) เปิดเผยว่า จากการที่บริษัทมองเห็นโอกาส และการเติบโตในธุรกิจความงาม ที่มีมูลค่ารวม 154,000 ล้านบาท โดยตลาดสกินแคร์มีมูลค่า 70,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 46% มีอัตราการเติบโต 6.1% เมื่อเทียบกับปี 2559 ขณะที่ตลาดอาหารเสริมประเภทความงาม มีมูลค่า 150,000 ล้านบาท มีอัตราการเติบโต 10% สอดรับกับพฤติกรรมการดูแลตัวเองของผู้หญิงในยุคปัจจุบัน  

 

ดังนั้น บริษัทจึงได้เปิดตัว Bloss Jeli Booster ซึ่งเป็นวิตามินบำรุงผิวในรูปแบบเจลี่ โดยใช้นวัตกรรมการผลิตของนักบินอวกาศ ที่ดูดซึมมากกว่าแบบเม็ดได้ถึง 5 เท่า เหมือนเป็นการปฏิวัติการทานอาหารเสริมแบบเดิมในตลาดทั่วไป ซึ่งเราตั้งใจที่จะทำการตลาดให้เกิดเทรนด์ในการดูแลสุขภาพผิวพรรณด้วยวิตามินอาหารผิวรูปแบบใหม่นี้ขึ้น สำหรับสินค้าตัวต่อมา ได้แก่ Bloss Facial Emulsion โลชั่นบำรุงผิวหน้า ที่อุดมด้วยสารสกัดอันทรงคุณค่าจากธรรมชาติที่คัดสรรมาเพื่อผิวสวยของสาวๆ ยุคใหม่ที่ต้องการอะไรที่ง่ายจบได้ในขวดเดียวเพื่อบำรุงผิวอย่างแท้จริง เพราะเราเข้าใจว่าธรรมชาติของผิวสุขภาพดีต้องการอะไร 

 

ทั้งนี้ หลังจากบริษัทได้เปิดตัวทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์ลงสู่ตลาด ได้รับการตอบรับที่ดีมาก เพราะสามารถทำยอดขายได้มากกว่า 100 ล้านบาทภายในปีแรกที่เปิดตัว (ประมาณปลายปี 2559-2560) โดยสินค้าที่สร้างรายได้หลัก คือ Bloss Jeli Booster คิดเป็นสัดส่วน 60% อีก 40% เป็น Bloss Facial Emulsion ดังนั้น ปีนี้แบรนด์จึงได้ต่อยอดมาสู่สกินแคร์ตัวที่สอง นั่นคือ Bloss UV Solution  ถือเป็นการต่อยอดเรื่องของนวัตกรรมการผลิต ส่วนผสมที่มีความโดดเด่นในเรื่องคุณสมบัติบำรุงและฟื้นฟู พร้อมกับการรักษาฐานลูกค้าเก่าที่มีความนิยม และชื่นชอบในตัวผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมา ภายใต้แบรนด์ Bloss Natura ซึ่งจุดแข็งดังกล่าวทำให้พร้อมที่จะสื่อสารไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ให้ได้ทดลองผลิตภัณฑ์ไลน์ใหม่ของแบรนด์ต่อไป โดยใช้ช่องทางออนไลน์ในการสื่อสารแบรนด์ที่เน้นนำเสนอคอนเท้นท์ใหม่ที่ตรงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคแบบเข้าถึงง่ายและรวดเร็ว เพื่อมอบคุณค่าของแบรนด์ให้เป็นที่ประทับใจสู่กลุ่มลูกค้าอย่างสูงสุด

 

สำหรับ Bloss UV Solution บริษัทได้วางตำแหน่งให้เป็นพรีเมียมแมส เนื่องจากมองว่าตลาดครีมกันแดดมูลค่า 4,000-5,000 ล้านบาท ยังไม่ค่อยมีผู้เล่นที่เป็นพรีเมียมแมสมากนัก ส่วนใหญ่ผู้เล่นในตลาดจะเป็นพรีเมียม หรือเคาน์เตอร์แบรนด์ และแมส โดยพรีเมียมราคาจะอยู่ที่ 1,000 บาทขึ้นไป พรีเมียมแมส 600-1,000 บาท และแมส ราคาต่ำกว่า 500 บาท โดยผลิตภัณฑ์ของเราจะมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 850 บาท แต่สำหรับช่วงนี้จะมีการทำโปรโมชั่นจำหน่ายเพียง 690 บาท   

 

“ในช่วงซัมเมอร์จะเป็นช่วงที่ตลาดครีมกันแดดเติบโตสูงสุด นั่นคือ 50% ซึ่งเป็นเรื่องปกติของสินค้าที่เป็นซีซันนัล โดยปัจจัยในการตัดสินใจซื้อครีมกันแดดของผู้บริโภค คือ 1.ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ 2.ผลิตภัณฑ์ สามารถตอบโจทย์ได้หรือเปล่า3.ราคา และโปรโมชั่น”

 

ทั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาเราเป็นแบรนด์น้องใหม่ ทำให้ในช่วงแรกการทำตลาดจะเน้นหนักไปที่ออนไลน์ มาร์เก็ตติ้ง ด้วยการปล่อยไวรัล คลิป สินค้า, โปรโมทผ่านรายการดิจิตัล ออนไลน์, ป้ายบิลบอร์ด และเปิดตัว คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ เป็นพรีเซ็นเตอร์ Bloss UV Solution เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และกระตุ้นยอดขาย ทำให้ปีนี้จะเพิ่มงบการตลาดเป็น 30-40 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่ใช้ไป 15 ล้านบาท

 

กลุ่มลูกค้าของ Bloss Natura จะเป็นกลุ่มผู้หญิงอายุระหว่าง 18-35 ปี ที่รักการดูแลตัวเอง และเชื่อว่าการดูแลตัวเองจากภายในสู่ภายนอกเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัย

 

ขณะที่ช่องทางการจำหน่ายแบ่งเป็น 3 ช่องทาง คือ 1.ช่องทางการขายของแบรนด์เอง เน้นออนไลน์ คือ เฟซบุ๊ก Blossnatura, เว็บไซต์ www.blossnatura.com และไลน์ @Blossnatura 2.ร้านตัวแทนจำหน่ายที่มีทั้งออนไลน์และหน้าร้าน 3.โมเดิร์นเทรดซึ่งถือเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ Bloss Natura ที่ประสบความสำเร็จในปีที่ผ่านมา อาทิ วัตสัน ท๊อปซุปเปอร์มาร์เก็ต อีฟแอนด์บอย บิวเทรี่ยม บิวตี้คลับ สตาร์ดัส บิวตี้มาร์เก็ต โดยกลางปีนี้มีแผนจะขยายตลาดสู่คอนวีเนียนสโตร์ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการซื้อแก่กลุ่มลูกค้าเพิ่มมากขึ้น และจะทำให้ช่องทางการจำหน่ายเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 สาขาภายในสิ้นปีนี้ จากปัจจุบันกว่า 500 สาขาทั่วประเทศ

 

สิ่งที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ และแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ได้แก่ 1.เรื่องส่วนผสมที่ดูแลได้ถึงระดับเซลล์ ใช้แล้วเห็นผลจริง และปลอดภัย ทำให้เกิดการบอกต่อในกลุ่มผู้บริโภค 2.เน็ตเวิร์คกิ้งที่ดี เช่น KOL ใช้สินค้าจริง และได้รับผลตอบรับ 3.ช่องทางการจำหน่าย แม้ว่าจะเพิ่งเปิดตัวแบรนด์ได้ไม่นาน ก็ได้รับผลตอบรับที่ดี

 

อย่างไรก็ตาม ปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้ประมาณ 200 ล้านบาท หรือเติบโต 100% โดย 50% มาจาก Bloss Jeli Booster, 30% Bloss Facial Emulsion และ20% Bloss UV Solution หากแบ่งยอดขายตามช่องทางการจำหน่าย จะแบ่งเป็นออนไลน์ 40% และออฟไลน์ 60% เนื่องจากบริษัทจะรุกช่องทางออฟไลน์ อย่างร้านสะดวกซื้อมากขึ้นและปีนี้มีแผนจะเปิดตัวสินค้าใหม่อีกประมาณ 3 รายการ ภายใต้กลุ่มสกินแคร์และอาหารเสริม เนื่องจากบริษัทไม่มีแผนจะเข้าสู่ตลาดเมคอัพ เพราะมีความเชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์สกินแคร์มากกว่า

 

 

Visitors: 290,132