Nescafe’ Gold

เนสท์เล่ส่ง เนสกาแฟ โกลด์ เครมมาขยับตลาดพรีเมียม

 

แวลดิสลาฟ อังดรีฟ ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจผลิตภัณฑ์กาแฟและครีมเทียม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า กล่าวว่า เปดเผยว่าหลังจากที่บริษัทได้เริ่มทำตลาดเนสกาแฟ โกลด์ พรีเมี่ยม ในรูปแบบปรุงสำเร็จรูป หรือทรีอินวัน เมื่อปี 2560 ที่ผ่านมามีการเติบโตที่ดี ทำให้บริษัทมีแผนขยายไลน์นวัตกรรมใหม่ เพื่อรองรับเทรนด์การเติบโตของตลาดกาแฟพรีเมียมที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วง4-5 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันตลาดกาแฟพรีเมี่ยมมีมูลค่ารวม 1,200 ล้านบาท มีการเติบโตที่ 20-30% ซึ่งเนสกาแฟ มีส่วนแบ่งตลาดที่ 42 % เป็นผู้นำตลาดพรีเมี่ยม

 

ทั้งนี้ บริษัทได้เปิดตัวเนสกาแฟ โกลด์ เครมมา’ (NESCAFÉ GOLD CREMA)ใหม่อย่างเป็นทางการ ซึ่งใช้งบลงทุนกว่า 450 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2560 เพื่อลงทุนด้านเทคโนโลยีพัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ในปีนี้เตรียมใช้งบการตลาด 200 ล้านบาทสำหรับเนสกาแฟ โกลด์ พร้อมเปิดตัวแคมเปญสื่อสารทางการตลาดของเนสกาแฟ โกลด์ เครมมา ใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ เนสกาแฟ โกลด์ เครมมา สำหรับคนรักกาแฟผู้หลงใหลในความแตกต่างประกอบด้วยโฆษณาทางโทรทัศน์ นำแสดงโดยสหรัถ (ก้อง) สังคปรีชา และศรีริต้า เจนเซ่น แบรนด์แอนบาสเดอร์ของเนสกาแฟ โกลด์ เครมม่า ใหม่ และการจัดกิจกรรมต่างๆตามจุดขาย และมีการแจกสินค้าให้ผู้บริโภคได้ทดลองดื่มจำนวน  2 ล้านแก้วทั่วประเทศ

 

ปัจจุบัน เนสกาแฟ โกลด์ เครมมา ใหม่ วางจำหน่ายแล้ววันนี้ใน 4 ขนาด ได้แก่ แบบขวดขนาดบรรจุ 200 กรัม ราคา 245 บาท ขนาดบรรจุ 100 กรัม ราคา 140 บาท และแบบซองขนาดบรรจุ 100 กรัม ราคา 125 บาท ขนาดบรรจุ35 กรัม ราคา 49 บาท ที่ร้านค้าปลีก ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต และไฮเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วประเทศ

 

สำหรับสัดส่วนยอดขายของเนสกาแฟในประเทศไทย แบ่งเป็นกลุ่มเมนสตรีม 70% กลุ่มพร้อมดื่ม หรือ RTD 25% และกลุ่มพรีเมียม 5%

 

ปัจจุบัน เทรนด์การดื่มกาแฟพรีเมียมมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างในประเทศญี่ปุ่นมีมากกว่า 50%  รัสเซียมีสัดส่วนการบริโภค  50% ขณะที่ตลาดในไทยยังมีสัดส่วนน้อย แต่คาดว่าเทรนด์ตลาดไทยจะขยายตัวตามสองประเทศนี้

 

ส่วนภาพรวมตลาดกาแฟในประเทศไทย มีมูลค่ากว่า 18,000 ล้านบาท ซึ่งมีอัตราการเติบโตเพียงหลักเดียว แบ่งเป็นกลุ่มทรีอินวัน มูลค่า 14,000 ล้านบาท กลุ่มผงสำเร็จรูป มูลค่า 4,000 ล้านบาท และกลุ่มพร้อมดื่ม มูลค่า 12,000 ล้านบาท ซึ่งกาแฟพรีเมียมจัดอยู่ในกลุ่มทรีอินวัน และกลุ่มผงสำเร็จรูป มีการเติบโตสูงสุดที่ 20-30%

 

 

Visitors: 288,558