Domohorn

เปิดตัว Domohorn Wrinkle เขย่าตลาดผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอยในไทย

 

มาซาอากิ นิชิคาวะ ประธานบริษัท Saishunkan Pharmaceutical จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯถือเป็นผู้ผลิตยา และผลิตภัณฑ์เพื่อความงามจากญี่ปุ่นที่มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติจนเป็นที่รู้จัก และยอมรับอย่างแพร่หลายในประเทศญี่ปุ่น ล่าสุดได้เข้ามาเปิดตัวทำตลาดในประเทศไทยอย่างเต็มตัว (โดยเราได้ขยายตลาดไปที่ประเทศไต้หวัน และฮ่องกง ล่าสุดคือ ประเทศไทย) โดยมีการจัดตั้งบริษัท Saishunkan Pharmaceutical (Thailand) Co.,Ltd. เพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์บำรุงผิวขั้นพื้นฐาน “Domohorn Wrinkle” ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก และจะเริ่มทำตลาดพร้อมกับจำหน่ายผลิตภัณฑ์อย่างเป็นทางการเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

 

สำหรับผลิตภัณฑ์ Domohorn Wrinkle ที่ส่งเข้ามาเป็นผลิตภัณฑ์แรกในการทำตลาดในบ้านเรานั้น กำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1974 โดยเป็นรายแรกในประเทศญี่ปุ่นที่นำคอลลาเจนมาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว Cream20 ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 และนำมาพัฒนาเป็น “8 ผลิตภัณฑ์ Domohorn Wrinkle” หรือ “One Line” ที่มุ่งแก้ปัญหาด้านริ้วรอยและจุดด่างดำ ซึ่งได้รับความไว้วางใจและการสนับสนุนเป็นอย่างดี จากลูกค้าในประเทศญี่ปุ่นและไต้หวัน

 

ไม่เพียงเท่านั้น Saishunkan Pharmaceutical ยังเป็นบริษัทแห่งแรกในประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นผู้บุกเบิกการทำธุรกิจใน รูปแบบ "Direct Tele Marketing" มาอย่างต่อเนื่อง โดยรูปแบบดังกล่าวได้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เป็นการขายสินค้าในรูปแบบที่ไม่ได้วางขายหน้าร้าน แต่มี “Customer Pleaser” คอยให้บริการรับคำสั่งซื้อทางโทรศัพท์ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่รับคำสั่งซื้อเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้รับฟังปัญหา ให้คำปรึกษา และช่วยลูกค้าแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับความกังวลผิวต่างๆ ด้วยการค้นหาสาเหตุของปัญหาที่แท้จริง เพื่อให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจสูงสุด

 

หัวใจของความสำเร็จในการทำตลาดของ Domohorn Wrinkle ไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน หรือฮ่องกง ก็คือการซื้อซ้ำ ซึ่งเราเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจโดยมี Business Model คือ Repeat หรือการซื้อซ้ำที่เข้ามาช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของยอดขายมาตลอดการทำธุรกิจในช่วงที่ผ่านมา เห็นได้จากความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการซื้อซ้ำนี้ มีตัวเลขออกมาค่อนข้างจะน่าสนใจไม่น้อย เพราะในประเทศญี่ปุ่นมีคนซื้อซ้ำเป็นตัวเลขถึง 93.8% ส่วนในไต้หวันตัวเลขจะอยู่ที่ประมาณ 83%”

 

ส่วนการเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย นั้น Saishunkan Pharmaceutical มีการศึกษา และวิจัยตลาดนานถึง 1 ปี โดยมองเห็นโอกาสทางการตลาดจากการเติบโตของผลิตภัณฑ์เพื่อความงามที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของการลดริ้วรอยที่ ยังมีเทรนด์การเติบโตค่อนข้างดี ขณะที่ยังไม่มีรายใดเข้ามานำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด ด้วยขั้นตอนการใช้ 8 ขั้นตอนกับ 8 ผลิตภัณฑ์ ที่เป็นการนำเสนอโซลูชั่นของการป้องกัน และแก้ปัญหาได้อย่างครอบคลุมทุกจุด

 

สิ่งที่เป็นหัวใจในการดึงให้ผู้บริโภคเข้ามาใช้ผลิตภัณฑ์นั้น จะอยู่ที่การมีกลยุทธ์ที่แตกต่างจากคู่แข่งขันรายอื่นๆ ในตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม โดย Saishunkan Pharmaceutical ถือเป็นบริษัทแห่งแรกในประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นผู้บุกเบิกรูปแบบการขายในลักษณะ  "Direct Tele Marketing" มาอย่างต่อเนื่อง โดยกลยุทธ์การขายแบบนี้จะเป็นการขายสินค้าในรูปแบบที่ไม่ได้วางขายหน้าร้าน หรือช่องทางร้านค้าปลีกต่างๆ แต่จะมี “Customer Pleaser” คอยให้บริการรับคำสั่งซื้อทางโทรศัพท์ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่รับคำสั่งซื้อเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้รับฟังปัญหา ให้คำปรึกษา และช่วยลูกค้าแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับความกังวลผิวต่างๆ ด้วยการค้นหาสาเหตุของปัญหาที่แท้จริง เพื่อให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจสูงสุด

 

“Customer Pleaser” จึงทำหน้าที่เป็นเสมือนตัวแทนบริษัทที่สร้างความสัมพันธ์ที่ดี เป็นประสบการณ์แรกที่ประทับใจระ หว่างแบรนด์กับลูกค้า ซึ่งการเข้ามาทำตลาดในบ้านเรานั้น จะมี Customer Pleaser 13 คน ประจำที่สำนักงานใหญ่ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะคอยรับโทรศัพท์เพื่อให้คำแนะนำอย่างผู้เชี่ยวชาญ

 

นอกจากนี้ ยังมีอีก 4 คนที่ประจำอยู่ใน Domohorn Wrinkle Experience Space ที่สุขุมวิท 24 เพื่อคอยให้บริการ แนะนำการใช้สินค้าให้กับลูกค้าที่ สนใจที่จะเข้ามาทดลองใช้สินค้า ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ที่แตกต่างจากผู้เล่นรายอื่นๆ ที่จะใช้การขายผ่านช่องทางร้านค้าปลีก ทั้งบนเชลฟ์ของร้านค้าปลีกที่เป็นเฮลท์ & บิวตี้ และตามเคาน์เตอร์ขายเครื่องสำอางในห้างสรรพสินค้า ซึ่งในส่วนหลังนี้จะมีพนักงานที่เป็น BA (Beauty Advisor) คอยแนะนำ และดึงให้ลูกค้ามาทดลองใช้ ซึ่งความเข้าใจ หรือการรับฟังปัญหาของลูกค้าอาจจะไม่ละเอียดมากพอ

 

การใช้การขายแบบ "Direct Tele Marketing" จึงจำเป็นต้องมีการสร้างความน่าสนใจให้ลูกค้าเข้ามาทดลองใช้สินค้า ซึ่งการทำตลาดในประเทศไทยที่จะเ ริ่มคิกออฟตั้งแต่วันนี้  วันที่ 6 มิถุนายน 2561 เป็นต้นไป จะมีการสร้างกระแส และความสนใจในการดึงลูกค้าให้เข้ามาทดลองใช้ โทร.02-260-2222 หรือมีปฎิสัมพันธ์แรกกับสินค้าผ่านโฆษณาทางทีวี ออนไลน์ และเอสเอ็มเอส ตรงถึงลูกค้าเป้าหมาย เพื่อให้โทรเข้ามารับสินค้าทดลองที่จะใช้ได้ 3 วัน ในจำนวนมากถึง 85,000 ชุด โดยจะมีการใช้งบในการโฆษณาช่วงเปิดตัว 90 ล้านบาท

 

การทำตลาดในรูปแบบของ Direct Tele Marketing เป็นเรื่องใหม่ในประเทศไทย ซึ่งคงต้องใช้เวลาในการสร้างการ รับรู้ระยะหนึ่งเหมือนกับที่ฮ่องกง และไต้หวันที่ในช่วงแรกคนจะไม่สนใจ แต่หลังจากได้สัมผัสกับสินค้าและบริการที่รนำเสนอให้ก็เริ่มเข้ามาทดลองใช้ จนมีการซื้อซ้ำค่อนข้างสูง โดยเราใช้เวลา 3 ปีในการสร้างตลาดจนประสบความสำเ ร็จ ส่วนในประเทศไทยนั้น เป้าหมายในทำตลาดในปีแรกนี้ เราคาดหวังว่า การแจกสินค้าตัวอย่าง 85,000 ชิ้นนี้ จะสามารถดึงคนให้เข้ามาซื้อได้ประมาณ 5,000 คน หรือสามารถทำยอดขายในปีแรกนี้ได้ ที่ 66 ล้านบาท รวมถึงมียอดขายประมาณ 300 ล้านบาทใน 3 ปีแรกของการทำตลาด

 

ผลิตภัณฑ์ตัวอย่างที่ให้ทดลองใช้ 3 วันนี้ ไม่ได้ช่วยให้เห็นผลได้ทันทีทันใด แต่สิ่งที่ลูกค้าจะสัมผัสได้ก็คือผิวหน้าที่อ่อนนุ่ม และชุ่มชื่นขึ้น ซึ่งจะเป็นความประทับใจแรกที่จะถูกต่อยอดมาสู่การใช้สินค้าในระยะยาวต่อไป

 

การขยายฐานเข้ามาทำตลาดในบ้านเรานั้น จะเป็นสปริงบอร์ดชั้นดีที่จะช่วยขยายฐานทางธุรกิจออกไปสู่ประเทศข้างเคียงในกลุ่ม CLMV ซึ่งกำลังมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดี และเรื่องของความงามก็ถูกยกระดับ และให้ความสำคัญมากขึ้น โดยที่ผ่านมา รายได้จากต่างประเทศของ Saishunkan Pharmaceutical จะมีสัดส่วนประมาณ 7 – 8% ซึ่งมองว่าหลังจากนี้จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นได้อีก 3%

 

Visitors: 290,373