palace

เดลี่ฟู้ดส์ เดินหน้าลุยตลาดนมข้นหวาน ปรับแบรนด์ พาเลซเตรียมยึดหัวหาดกลุ่มคนรุ่นใหม่

 

เดลี่ฟู้ดส์ เดินหน้าลุยตลาดนมข้นหวานครั้งใหญ่ในรอบปี ทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท ปรับภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์นมข้นหวานแบรนด์ พาเลซรับตลาด ด้วยกลยุทธ์ 4R” พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์นมข้นหวานหลอดบีบ 3 รสชาติใหม่ ช็อกโกแลต สตรอเบอรี่ งาดำ ภายใต้คอนเซ็ปต์ เติมรสชาติใหม่ๆ ให้ชีวิตโดยดึงนักร้องหนุ่ม โต๋ - ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพรนั่งแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เตรียมเจาะตลาดคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์เป็นของตัวเอง ชื่นชอบในแบบไม่ซ้ำใคร ตั้งเป้ายอดขายสิ้นปี สูงกว่า 20 ล้านหลอด หรือคิดเป็น 30% ของมูลค่าตลาดรวม

 

อิทธิพล ปฏิมาวิรุจน์ กรรมการบริหาร บริษัท เดลี่ฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมข้นหวานภายใต้แบรนด์พาเลซ กล่าวว่า ในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา ตลาดนมข้นหวานและนมข้นจืดของประเทศไทยมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มาจากปัจจัยทางการตลาดด้านต่างๆ อาทิ การขยายตัวในกลุ่มธุรกิจโฮเรก้า (HoReCa) ประกอบด้วย โรงแรม (Hotel) ภัตตาคาร (Restaurant) และคาเฟ่ (Cafe) หรือร้านกาแฟขนาดเล็ก รวมไปถึงการปรับตัวของกลุ่มผู้ประกอบการในธุรกิจนมข้นหวานที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน ได้แก่ การดีไซน์บรรจุภัณฑ์ใหม่ให้ทันสมัยสะดวกต่อการใช้งาน การคิดค้นสูตรที่คำนึงถึงสุขภาพผู้บริโภค และการเพิ่มรสชาติใหม่ที่สามารถนำไปรับประทานในรูปแบบต่างๆ เพิ่มเติมจากการเป็นส่วนผสมเพียงอย่างเดียว ส่งผลให้ตลาดผลิตภัณฑ์นมข้นหวานและนมข้นจืดในประเทศไทยมีมูลค่าทางการตลาดรวมทั้งสิ้นกว่า 8,000-10,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็นกลุ่มนมข้นหวาน 80% และและกลุ่มนมข้นจืด 20% ซึ่งแบรนด์พาเลซ มีส่วนแบ่งทางการตลาดทั้งสิ้น 20%

 

โดยบริษัทฯ ได้เล็งเห็นโอกาสการเติบโตทางธุรกิจในกลุ่มผลิตภัณฑ์นมข้นหวาน จึงได้ทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท ปรับแผนยุทธศาสตร์ทางการตลาด พร้อมปรับภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์นมข้นหวานภายใต้ แบรนด์พาเลซ ด้วยกลยุทธ์การตลาดแบบ 4R” เพื่อมุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ที่นิยมความแตกต่างไม่ซ้ำแบบใคร และถือเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

 

เริ่มจาก รีเฟรช” (Refresh) การปรับภาพลักษณ์แบรนด์ พาเลซ จากเดิมที่ผู้บริโภคหลายคนมองว่าเป็นแบรนด์เฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ โดยเพิ่มความสนุก และความสดใสให้กับแบรนด์ ด้วยการดึงนักร้องหนุ่ม โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพรมาร่วมเป็นแอมบาสเดอร์ ถ่ายทอดเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนถึงคอนเซ็ปต์

 

เติมรสชาติใหม่ๆ ให้ชีวิตเพื่อกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่เกิดความสนใจและเกิดการรับรู้ในแบรนด์พาเลซ ควบคู่ไปกับการ รีโพสิชั่นนิ่ง” (Re-Positioning) ที่นำจุดเด่นของแบรนด์ในเรื่องของความหอม หวาน คงรสชาติความอร่อยให้กับเครื่องดื่ม และเรื่องสุขภาพ มาสร้างเป็นตำแหน่งทางการตลาดใหม่ของแบรนด์

 

รีลอนช์” (Re-Launch) ภายหลังจากที่บริษัทฯ ได้ส่งผลิตภัณฑ์ครีมเทียมข้นหวานในรูปแบบหลอดบีบลงแข่งขันทำตลาดในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา พบว่ากลุ่มเป้าหมายให้ความสนใจและมียอดจำหน่ายทะลุเกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้ถึง 6 ล้านหลอด จึงทำให้บริษัทฯ ได้เดินหน้าพัฒนารสชาติใหม่อีก 3 รสชาติ ที่ตรงกับความต้องการของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน ได้แก่ พาเลซดิป รสช็อกโกแลต จับกลุ่มหนุ่มสาวออฟฟิตที่ชื่นชอบความสดชื่นในเวลาเช้า จากความเข้มข้นของช็อกโกแลตอย่างแท้จริง พาเลซดิป รสสตรอเบอร์รี่ เอาใจสาวกสตรอเบอร์รี่กับความสดที่ให้รสชาติ เปรี้ยว หวาน มัน และ พาเลซดิป รสงาดำ ฉีกกฎนมข้นหวานเพื่อคนรักสุขภาพกับประโยชน์ของงาดำ

 

ซึ่งความพิเศษของผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้ง 3 รสชาตินี้ นอกจากจะนำไปรับประทานคู่กับขนมทานเล่นแล้ว ยังสามารถนำไปผสมกับน้ำร้อนหรือเครื่องดื่มเย็น ชงรับประทานได้ทันที อีกทั้งยังได้พัฒนาบรรจุภัณฑ์ในรูปแบบหลอดบีบให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น พกพาสะดวก และที่สำคัญคือการปิดแน่นหนาสามารถป้องกันสิ่งปลอมปนเข้าไปได้  เพื่อเพิ่มความสะดวกต่อการใช้งานของผู้บริโภค

 

กลยุทธ์สุดท้ายคือ รีมายด์” (Re-Mind) ถือเป็นกลยุทธ์ตัวสำคัญที่นำมาใช้ให้ผู้บริโภคเกิดการรับรู้ในตัวผลิตภัณฑ์ ด้วยวิธีการสื่อสารผ่านช่องทางต่างๆ แบ่งออกเป็น การทำโฆษณาผ่านสื่อหลัก (Above The Line) ที่ให้น้ำหนักสูงถึง 40% เนื่องจากเป็นการปรับภาพลักษณ์และการทำการตลาดครั้งใหญ่ของบริษัทฯ จึงต้องการสร้างการรับรู้แก่กลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง ผ่านการโฆษณาทางโทรทัศน์ จอแอลอีดี สื่อเคลื่อนที่ และการสนับสนุนรายการโทรทัศน์ต่างๆ เป็นต้น และกระตุ้นการรับรู้สู่กลุ่มเป้าหมายหลักที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ด้วยการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ (Online) อีก 30% พร้อมทั้งตอกย้ำการรับรู้ด้วยกิจกรรมทางการตลาด (Below The Line) อีก 30% ได้แก่ การจัดคาราวาน โรดโชว์ ไปตามออฟฟิตใจกลางเมือง เพื่อให้ผู้บริโภคได้เกิดการทดลองชิมผลิตภัณฑ์ 

 

นอกจากนี้ ทางบริษัทฯ ยังได้เตรียมแผนสำหรับการขยายช่องทางการจัดจำหน่าย โดยแบ่งออกเป็น กลุ่ม B2B ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 70% ด้วยการใช้กลยุทธ์การจำหน่ายผ่านผู้แทนจำหน่ายรายใหญ่ (Distributor) ทั้ง 77 จังหวัด พร้อมทั้งได้วางทีมตัวแทนจำหน่ายของบริษัทฯ ลงพื้นที่กระจายทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้า โฮเรก้า (HoReCa) ทั้งธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และคาเฟ่เปิดใหม่ รวมถึงการจัดทำโปรโมชั่นพิเศษสำหรับกลุ่มลูกค้า B2B โดยเฉพาะ

 

ส่วนกลุ่ม B2C ที่มีสัดส่วน 30% จะมีการปรับเปลี่ยนช่องทางการจัดจำหน่ายเพิ่มเติม เนื่องจากปัจจุบันพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคจะนิยมความสะดวก ใช้บริการในจุดที่เป็นทางผ่าน ชอบสั่งซื้อของออนไลน์ โดยทางบริษัทฯ จะหันมาเพิ่มช่องทางการจำหน่ายในกลุ่ม Convenient Store มากขึ้น โดยเฉพาะร้านค้าในสถานีบริการน้ำมัน อาทิ SPAR สถานีบริการน้ำมันบางจาก MaxMart สถานีบริการน้ำมันพีที และร้านค้าอื่นๆ ได้แก่ SuperSave / Sun108 / Lemon Green เป็นต้น

 

อิทธิพล กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับการปรับกลยุทธ์ทางการตลาด และการปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้กับแบรนด์พาเลซในครั้งนี้ จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ ทั้งนี้บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายภายในปีนี้ โดยคาดว่า ผลิตภัณฑ์นมข้นหวานหลอดบีบทั้ง 3 รสชาติใหม่ และผลิตภัณฑ์ครีมเทียมข้นหวานหลอดบีบ จะมียอดจำหน่ายสูงกว่า 20 ล้านหลอด และคาดว่าจะครองส่วนแบ่งทางการตลาดผลิตภัณฑ์นมข้นหวานและนมข้นจืดได้ถึง 30 % จากเดิมที่มี 20%

 

Visitors: 246,826