Robinson

โรบินสัน ชู ความสุขของพนักงานในการขับเคลื่อนองค์กร สร้างพลังบวก

 

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า...หัวใจสำคัญใน การขับเคลื่อนองค์กรเพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จที่ตั้งไว้ นั่นก็คือ พนักงานในองค์กรหลากหลายองค์กรหรือธุรกิจต่างให้ความสำคัญและมุ่งเน้นที่จะพัฒนาพนักงานในองค์กร ด้วยการแสวงหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพและยกระดับขีดความสามารถในการทำงานของพนักงานให้สูงขึ้น โดยเทรนด์ที่แต่ละองค์กรหรือธุรกิจหันมาให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ การสร้างสรรค์ ความสุขในการทำงานให้แก่พนักงาน

 

วุฒิเกียรติ เตชะมงคลาภิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้บริหารยุค 4.0ของรีเทลยักษ์ใหญ่ ที่มีแนวคิดในการขับเคลื่อนองค์กร โดยให้ความสำคัญกับ ความสุขของพนักงานในองค์กร เป็นปัจจัยสำคัญ กล่าวว่า  การจะทำให้ โรบินสันเป็นห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าฯ ที่ครองใจลูกค้าในภาวะที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน สิ่งสำคัญที่สุด ก็คือ การมีแบ็คออฟฟิศ (Back Office) หรือ พนักงานที่ดีและมีศักยภาพ ซึ่งนอกจากจะเกิดจากการจัดฝึกอบรมพนักงานด้วยหลักสูตรคุณภาพที่หลากหลาย ที่จะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานอย่างมีประสิทธิผลแล้ว โรบินสัน ยังมุ่งเน้นที่จะพัฒนาในด้านอีโมชั่นนอล เพื่อสร้าง ความสุขในการทำงานแก่พนักงานควบคู่กัน เพราะโรบินสันเชื่อว่า ความสุขจะเป็น พลังบวกที่ยิ่งใหญ่ ในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จในอนาคต

 

สำหรับกลยุทธ์การสร้าง ความสุขในการทำงานของพนักงานที่โรบินสันให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก นั่นก็คือ การสร้างสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในองค์กร เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ในการทำงานของพนักงาน เนื่องจากเป็นธรรมดาของการทำงานที่พนักงานจะเกิดความตึงเครียด การมีพื้นที่ทำงานที่นอกเหนือจากโต๊ะทำงาน และพื้นที่พักผ่อน จะเป็นเสมือนการช่วยให้พนักงานได้ผ่อนคลายทั้งร่างกาย และจิตใจ อย่างเช่น ในสาขาล่าสุดอย่าง ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ชลบุรีที่โรบินสันได้มีการพัฒนา ‘Staff Facilities’ รูปโฉมใหม่ เพือทำให้ชีวิตการทำงานของพนักงานมีความสุขมากขึ้น ทั้งโซน Working Space & Workshop ที่พนักงานสามารถมานั่งทำงานเพื่อหาแรงบันดาลใจ และไอเดียใหม่ๆ รวมทั้งประชุม และพบปะพูดคุย โดยมีบริการ Free Wifi และสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ โต๊ะทำงาน ปลี๊กไฟ และจุดชาร์จแบตเตอรี่มือถือ ที่ครบครัน โซนห้องอาหาร ที่นอกจากจะขายอาหารในราคาถูก สะอาด และถูกสุขอนามัยแล้ว       โรบินสันยังได้เนรมิตบรรยากาศภายในโซนนี้ให้เป็นร้านอาหารเก๋ๆ ที่นอกจากจะมีโต๊ะอาหารสำหรับรับรองพนักงานแล้ว ยังมีทั้งมุมเคาน์เตอร์บาร์ และโซฟาที่แสนสบาย  เสมือนได้มานั่งแฮงเอ้าท์กับเพื่อนๆ เพื่อจะได้ชาร์จพลังกลับไปทำงานต่อในช่วงบ่าย นอกจากนี้ ยังมีโซนที่น่าสนใจอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โซนกีฬา สำหรับให้พนักงานได้ยืดเส้นยืดสาย และได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้วยการออกกำลังกายร่วมกัน และสำหรับพนักงานที่เป็นคุณพ่อ คุณแม่ ยังมีโซน Children Care ไว้ในกรณีที่พาเจ้าตัวน้อยมาทำงานด้วย ซึ่งสะอาด และปลอดภัย และพนักงานยังสามารถมาดูแลได้อย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังมี โซนห้องพยาบาล สำหรับดูแล รักษา และปฐมพยาบาลพนักงานที่เจ็บป่วย หรือบาดเจ็บจากการทำงานเบื้องต้น โดยทีมแพทย์ และพยาบาลที่เชี่ยวชาญ โซนล็อคเกอร์และห้องแต่งตัว ที่กว้างใหญ่ สะอาด และเป็นระเบียบเรียบร้อย โซนห้องบิวตี้ สำหรับแต่งสวย แต่งหล่อ เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการทำงาน และโซนห้องออกกำลังกาย ที่มีเครื่องออกกำลังกายไว้บริการสำหรับพนักงานที่รักสุขภาพ ซึ่งโรบินสันจะมีการนำโมเดล ‘Staff Facilities’ รูปโฉมใหม่นี้ไปปรับใช้ในสาขาอื่นๆ รวมทั้งสาขาใหม่ของโรบินสันในอนาคตต่อไปอีกด้วย

 

นอกจากนี้ โรบินสันยังมีกลยุทธ์การสร้าง ความสุขในการทำงานของพนักงานที่สำคัญอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น  การสื่อสาร เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีอย่างต่อเนื่อง ระหว่างผู้บริหาร และพนักงาน ทั้งการพบปะพูดคุยแบบเห็นหน้าในโอกาสสำคัญต่างๆ เพื่อลดช่องว่าง สร้างความใกล้ชิด และขจัดอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นในองค์กร และการใช้เครื่องมือออนไลน์อย่าง ‘Workplace’ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการสื่อสารภายในองค์กรที่สมบูรณ์แบบ ที่จะส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรใหม่ๆ ในการทำงานร่วมกัน ช่วยลดขั้นตอน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้มากขึ้น รวมทั้งมีการบริหารจัดการพนักงาน ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งหนึ่งในการจัดการที่สำคัญ คือ การส่งเสริมให้พนักงานได้ทำงานในถิ่นฐานบ้านเกิดของตนเอง อย่างเช่น การที่โรบินสันเปิดสาขาใหม่ ก็จะมีการให้โอกาสพนักงานที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดนั้นๆ ได้เลือกที่จะกลับไปทำงานในจังหวัดของตนเอง เพื่อที่จะได้ดูแลและใกล้ชิดกับครอบครัว ซึ่งปัจจุบันห้างสรรพสินค้าโรบินสันมีอยู่ถึง 47 สาขา กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ โดยมีจำนวนพนักงานรวมทั้งสิ้นกว่า 5,400 คน ซึ่งมีพนักงานที่ได้ทำงานในถิ่นฐานบ้านเกิดของตนเองแล้วถึง 64%

 

พูดได้เลยว่าความสำเร็จทางธุรกิจของโรบินสันในปัจจุบัน เกินกว่าครึ่งมาจากพลังบวกแห่ง ความสุขของพนักงาน ที่เราได้สร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นภายในองค์กรตามที่กล่าวมาข้างต้น เพราะสิ่งเหล่านี้ได้ช่วยพัฒนาศักยภาพในการทำงานของพนักงานและคุณภาพของงานได้ดีมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้โรบินสันมีแบ็คออฟฟิศที่แข็งแกร่งที่มีความพร้อมในการนำเสนอสิ่งดีๆ ในเชิงสร้างสรรค์ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนิ่องท่ามกลางสภาวะของตลาดค้าปลีกที่มีการแข่งขันที่สูงและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งโรบินสันจะยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรด้วยการให้ความสำคัญกับ ความสุขของพนักงานต่อไป เพื่อผลักดันให้องค์กรสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จในการก้าวสู่การเป็นผู้นำในตลาดค้าปลีกของไทยในอนาคตวุฒิเกียรติ กล่าวสรุป

 

 

Visitors: 289,650