Royalhall

งานอีเวนท์คึกหนุนยอดจอง รอยัล พารากอน ฮอลล์เต็มยาว มั่นใจสิ้นปีนี้ยอดโต 10%

 

ทาลูน เทง กรรมการผู้จัดการ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การจัดงานระดับโลกใจกลางกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ภาพรวมของธุรกิจศูนย์การประชุมและสถานที่จัดงานแสดงในครึ่งแรกของปี 2561 มีการเติบโตได้ดี และแนวโน้มครึ่งปีหลังก็ยังมีทิศทางเติบโตต่อเนื่อง ตามภาพรวมของการจัดงานแสดง (อีเวนท์) ซึ่งคาดว่าปีนี้น่าจะเติบโตประมาณ 5-10% โดยในส่วนของ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรก นับว่ามีทิศทางที่ดีมาก คาดว่ายอดขายในปีนี้จะปิดที่ 250 ล้านบาท เติบโตประมาณ 10% มีอัตราการใช้สถานที่ (Occupancy) ทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 80% และขณะนี้ยอดจองพื้นที่ของรอยัล พารากอน ฮอลล์ ยาวไปถึงปี 2563 แล้ว

 

การจัดงานอีเวนท์เติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ธุรกิจศูนย์การประชุมและสถานที่จัดงานแสดงเติบโตตามไปด้วย โดยเฉพาะในส่วนของสถานที่จัดงานขนาดกลาง เพราะปัจจุบันงานอีเวนท์ส่วนใหญ่ที่จัดขนาดจะเล็กลงและมีความเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม หรือ Niche Market มากขึ้น ซึ่ง รอยัล พารากอน ฮอลล์ นับเป็นสถานที่จัดงานแห่งหนึ่งในประเทศที่ตอบโจทย์ตรงนี้มากที่สุด

 

อย่างไรก็ตาม รอยัล พารากอน ฮอลล์ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบการบริหารงานและบริการอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงเวลาที่เหลือในปีนี้ จะเร่งพัฒนาระบบการบริหารภายในให้มีความแข็งแรงภายใต้หลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงพัฒนางานด้านการบริการที่เน้นเรื่องบุคลากรเป็นหลัก มีการส่งไปร่วมอบรมหลักสูตรระดับสากลต่างๆ ซึ่งเป็นที่ยอมรับในธุรกิจไมซ์ ในระดับโลก ซึ่งปัจจุบัน รอยัล พารากอน ฮอลล์ จัดว่าเป็นธุรกิจสถานที่จัดงานที่มีบุคลากรที่ผ่านการอบรมหลักสูตรสากลมากที่สุดในประเทศไทย ประกอบด้วยหลักสูตร CEM (Certified Exhibition Management) จำนวน 11 ท่าน, หลักสูตร CMP (Certified Meeting Professional) จำนวน 2 ท่าน โดยยังเป็นสถานที่จัดงานแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีบุคลากรผ่านหลักสูตรนี้ และหลักสูตร EMD (Exhibition Management Degree) จำนวน 2 ท่าน ด้วยกัน และจากความสำเร็จในการบริหารสถานที่จัดงานแห่งนี้ ทีมบริหารอาจจะต่อยอดความสำเร็จดังกล่าว เพื่อไปบริหารสถานที่จัดงานอื่นๆ ต่อไป

 

ส่วนในปี 2562 มีแผนที่จะปรับปรุงพื้นที่จัดงานในรอยัล พารากอน ฮอลล์ หลายจุด เพื่อให้ดูใหม่และมีความทันสมั ยมากขึ้น รวมถึงดำเนินการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง และยังคงรักษา 3 ระบบมาตรฐาน ISO และ TIS ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว เราได้ผ่านการรับรองพร้อมกันครั้งแรกของโลก เพื่อเป็นผู้นำการให้บริการสถานที่จัดงานระดับเวิลด์ คลาส (World Class Venue)

 

โดยปัจจุบันสัดส่วนลูกค้าของรอยัล พารากอน ฮอลล์ ยังมีสัดส่วนจากในประเทศเป็นหลักอยู่ที่ 70% และลูกค้าต่างประเทศอยู่ที่ 30% ซึ่งมีแผนที่จะต่อยอดขยายฐานลูกค้าต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยการไปร่วมโรดโชว์กับสำนั กงานส่งเสริมการประชุมและนิทรรศการ (TCEB ) หรือ สสปน. และสมาคมต่างๆ สำหรับการจัดงานแสดงของลูกค้าในประเทศในปีนี้ค่อนข้างหลากหลาย แบ่งสัดส่วนเป็น Entertainment 30%, Exhibition 30%, Special Event 20% และ Banquet and Meeting 20%

 

การแข่งขันในธุรกิจศูนย์การประชุมและสถานที่จัดงานแสดงว่า ความต้องการในการใช้สถานที่จัดงานเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของการจัดงานอีเวนท์ ทำให้เกิดสถานที่จัดงานหน้าใหม่ ๆ ขึ้นมาจำนวนมาก ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกธุรกิจต่างก็มีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น แต่มองว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ทุกศูนย์ฯจะต้องพัฒนามาตรฐานของตัวเองให้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ด้านการบริการ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อนำเสนอประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้กับลูกค้า

 

การสนับสนุนจากภาครัฐที่ให้ความสำคัญกับธุรกิจไมซ์ (MICE) ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่ งของแผนแม่บทในการพัฒนาประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 นับเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ส่งเสริมธุรกิจสถานที่จัดงานให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความมีเสถียรภาพทางการเมือง การเติบโตทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่ างๆ โดยเฉพาะเรื่องการคมนาคม ล้วนมีส่วนสำคัญในการเติบโตของภาคธุรกิจมาก อีกทั้งล่าสุดประเทศไทยได้รับการประกาศว่า เป็นผู้ชนะในประเภท Best Country for People จากรางวัล Condé Nast Traveller Readers' Travel Awards 2018 ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยเป็นการโหวตจากผู้อ่านทั่วโลก ก็นับว่าเป็นภาพลักษณ์ที่ดีที่จะส่งเสริมให้ผู้จัดงานต่างประเทศให้ความสนใจมาจัดงานที่ไทยมากขึ้นทาลูน เทง กล่าวทิ้งท้าย

 

 

Visitors: 247,480