ONCEPRO

สังคมสูงวัย ผู้ป่วยเบาหวานล้นไทยโอซูก้าเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ ONCE PROอาหารทางการแพทย์ ดัชนีน้ำตาลต่ำ รุกตลาดทั้งในและต่างประเทศ

 

ชินสึเกะ ยุอาสะ ประธานบริษัท ไทยโอซูก้า ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารทางการแพทย์ในประเทศไทยตลาดรวมของอาหารทางการแพทย์มีประมาณ 2,500 ล้านบาท เติบโตมากกว่า 10% และในภาพรวมธุรกิจบริษัทฯ เติบโต 5% ในปีที่แล้ว  โดยคาดว่าจะขยายธุรกิจอาหารทางการแพทย์ได้ถึง 15% ในปีนี้  เบื้องต้นบริษัทฯ เตรียมงบทางการตลาดรวมทั้งสิ้น 60 ล้านบาท โดยที่งบประมาณ 30 ล้านบาทได้แบ่งให้กับธุรกิจอาหารทางการแพทย์เพื่อสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ให้เป็นเป็นที่จดจำผ่านแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่มีประสบการณ์ผ่านโรคดังกล่าวมาจริงๆ ทั้งนี้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเป็นคอมมูนิตี้ด้านสุขภาพแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกันด้วย ท้ายสุด บริษัทฯ วางแผนจะเป็นผู้นำในตลาดอาหารทางการแพทย์สำหรับตลาดโรงพยาบาลในอีก 3 ปีข้างหน้า ผ่านการสื่อสารทางการตลาดทั้ง on line, off line และ on ground ขับเคลื่อนไปพร้อมกัน

 

ในส่วนของการเปิดตัว ONCE PRO อาหารทางการแพทย์ที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำนั้น ทางบริษัทฯ ได้ คุณกอล์ฟ ฟักกลิ้ง ฮีโร่ ศิลปินนักร้องที่ใช้ผลิตภัณฑ์ ONCE PRO และได้ผลลัพธ์ ทำให้ชีวิตดีขึ้นจริงๆ มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้ จากนี้จนถึงสิ้นปี   บริษัทฯ มีแผนที่จะโปรโมทผ่านทางออนไลน์ และ on ground ในทุกช่องทาง บริษัทฯ ได้ทำการเผยแพร่ความรู้ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนทั่วไปทั้งการจัดอบรมสัมมนา, การประชุมเชิงวิชาการต่างๆ ทั้งนี้ บริษัทฯ มีการส่งออกผลิตภัณฑ์ไปในหลายๆ ประเทศ อาทิเช่น มาเลเซีย, ไต้หวัน, พม่า, ลาว, กัมพูชา, อินโดนีเซีย, ปากีสถาน, ฟิลิปปินส์ ฯลฯ สัดส่วนการส่งออกอยู่ที่ 15%   สำหรับในปีหน้าตั้งเป้าจะขยายตลาดในต่างประเทศเพิ่มขึ้น 10%

 

ด้าน ธนัญ สันตโยดม ประธานกรรมการ บริษัทไทย โอซูก้า จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนอื่น ขอเรียนให้ทราบว่าผลิตภัณฑ์อาหารทางการแพทย์ของบริษัทฯ ทุกตัว ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ทั้งนี้ อาหารทางการแพทย์มีความแตกต่างกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร กล่าวคือ อาหารทางการแพทย์ต้องมีการศึกษาทางคลินิก แต่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ต้องทำการศึกษา, อาหารทางการแพทย์สามารถระบุข้อบ่งใช้ทางการรักษากับโรคนั้นๆ บนฉลากได้ ขณะที่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่สามารถระบุข้อความดังกล่าวได้แต่ต้องระบุว่าไม่มีผลทางการรักษา ที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์อาหารทางการแพทย์ของไทยโอซูก้า ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์ในบัญชีนวัตกรรมจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติถึง 5 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ GEN-DM, NEO-MUNE, BLENDERA-MF, PAN-ENTERAL รวมถึง ONCE PRO ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ตัวล่าสุด ซึ่งถือเป็นเกียรติและสร้างความภาคภูมิใจให้กับทางบริษัทและทีมแพทย์ที่ร่วมทำวิจัยเป็นอย่างมาก

 

ONCE PRO เป็นผลิตภัณฑ์ที่ร่วมพัฒนาจากอาจารย์แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ ผลิตจากโรงงานและเครื่องจักรที่มีความทันสมัยสูง ได้มาตรฐานคุณภาพญี่ปุ่น ที่สำคัญ ราคาไม่สูงจึงช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่าย ทั้งนี้ บริษัทฯ มีความคาดหวังว่า เมื่อผู้ป่วยหรือผู้บริโภคได้ใช้อาหารทางการแพทย์ของบริษัทฯ แล้ว จะทำให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นช่วยส่งผลให้คนรอบข้างได้มีความสุขไปด้วย และเพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย ทางบริษัทฯ ได้เตรียมจัดกิจกรรมให้ความรู้และสร้างความตระหนักในการดูแลสุขภาพผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ  บริษัทฯ หวังว่าผลิตภัณฑ์อาหารทางการแพทย์ของบริษัทฯ จะช่วยให้คนในสังคม สูงวัยอย่างมีคุณภาพมีความพร้อมในการเตรียมตัวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยด้วยสุขภาพที่แข็งแรงและมีความสุขในการใช้ชีวิต

 

นอกจากนี้ ผู้บริหารยังเผยว่า แม้ว่าธุรกิจอาหารทางการแพทย์จะมีการแข่งขันค่อนข้างสูง แต่ถ้ามองในภาพรวม กลับเป็นเรื่องดี ทำให้การรับรู้คำว่าอาหารทางแพทย์เป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้น และส่งผลให้ผู้บริโภคเกิดความสนใจและหาข้อมูลเพิ่มเติมได้หลากหลาย ไทยโอซูก้ามั่นใจในจุดแข็งที่มีโรงงานผลิตเอง มีแผนกวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ซึ่งมีการค้นคว้างานวิจัยใหม่ๆ เพื่ออัพเดทความรู้ข้อมูลข่าวสารทางโภชนาการอยู่เสมอ นอกจากนั้นยังมีการทำงานร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคนั้นๆ ตั้งแต่ขั้นตอนการคิดค้นสูตร, การศึกษาวิจัยในห้องปฏิบัติการ ไปจนถึงการศึกษาทางคลินิกในผู้ป่วย เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ออกมาเหมาะสมกับความต้องการของผู้ป่วยแต่ละกลุ่มมากที่สุด ในปีนี้ บริษัทฯ เน้นทำการตลาดเชิงรุก มีการทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดตลอดทั้งปี โดยช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ บริษัทฯ ได้ใช้งบประมาณการตลาดราว 20 ล้านบาท ในการเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์และการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างครบวงจร ผลิตภัณฑ์ ONCE PRO ชูจุดขายที่ค่าดัชนีน้ำตาลต่ำเพื่อให้ผู้บริโภคได้รู้จักอย่างแพร่หลายมากขึ้น โดยเน้นการสร้างการรับรู้ให้เข้าถึงบุคลากรทางการแพทย์และผู้ดูแลผู้ป่วยให้มากขึ้น จำหน่ายผ่านช่องทางหลักในโรงพยาบาล, ร้านขายยา , Chainstore และช่องทาง Online ปริมาณ 400 กรัม ราคา 450-500 บาท

 

Visitors: 290,376