GeniusX

เปิดตัวหนังสือสุดยอดเคล็ดวิชาตามหลักวิทยาศาสตร์สมอง GeniusX

 

กลับมาอีกครั้งกับ อ.ดำรงค์ พิณคุณ นักคิด นักเขียน นักกลยุทธ์การตลาด เจ้าของฉายาอายุน้อยร้อยล้านคนแรกของประเทศไทย โดยในการกลับมาครั้งนี้ อ.ดำรงค์ กลับมาพร้อมกับหนังสือเล่มใหม่ ที่มีชื่อว่า GeniusX Business Intelligence (สมองอัจฉริยะ ชนะเกมธุรกิจ) ซึ่งเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับการแบ่งประเภทคนตามหลักของวิทยาศาสตร์สมอง เพื่อให้ทุกคนเข้าใจตัวเองก่อนที่จะนำความถนัดและวิธีคิดที่เหมาะกับตัวเองมาต่อยอดในการบริหาร ในกระบวนการคิด เพื่อความสำเร็จและความก้าวหน้าทางธุรกิจ

 

อ.ดำรงค์ พิณคุณ ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการเปิดตัวหนังสือ GeniusX ไว้ว่า ผมต้องการให้คนไทยได้อ่านและทราบถึงทางลัดสู่ความสำเร็จในแบบของตนเองที่ผมได้ค้นพบและศึกษามา ซึ่งจริง ๆ แล้วสำนักพิมพ์ดำรงค์ พิณคุณ ผลิตหนังสือดี ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาตนเองออกมาอยู่ตลอด โดยเมื่อปี 2558 เราเคยจัดงานเปิดตัวสำนักพิมพ์และเปิดตัวหนังสือ 3 เล่ม คือ ผู้นำล้ำลึก (Leader Secret) ผู้นำต้นแบบ (The Best Leader) และผู้นำชั้นครู (Good Work Good Life)”

 

สำหรับหนังสือ GeniusX Business Intelligence เป็นหนังสือที่เหมาะสำหรับคนวัยทำงานที่อยากจะประสบความสำเร็จในชีวิต อยากมีธุรกิจส่วนตัวเป็นของตัวเอง โดยไม่ต้องลองผิดลองถูก ถ้าได้อ่านเล่มนี้จะรู้ว่า มันมีทางลัดพิเศษที่สามารถนำไปใช้ได้จริงอยู่ครับ หรืออาจพูดได้ว่า GeniusX คือสุดยอดเคล็ดวิชาการแบ่งประเภทคน ตามหลักวิทยาศาสตร์สมอง (Neuroscience) เพื่อทะยานสู่การก้าวขึ้นเป็นสุดยอดผู้นำในแวดวงการทำธุรกิจ ตามความถนัดและลักษณะเฉพาะของตัวเอง

 

เมื่อพูดถึงความน่าสนใจของหนังสือ GeniusX แล้ว เนื้อหาสาระสำคัญจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับ วิธีการ พฤติกรรมต่าง ๆ ความถนัด การชื่นชอบ การหัดสังเกตผู้คนและสิ่งรอบข้างที่ทำให้ผู้อ่านเรียนรู้ ทั้งได้รู้จักตัวเองมากขึ้น และได้รู้อีกว่าควรจะใช้กลยุทธ์แบบไหนถึงจะประสบความสำเร็จ

 

นอกจากนี้แล้ว อ.ดำรงค์ยังเล่าเสริมเกี่ยวกับวิธีการทำธุรกิจใจแบบของตัวเองให้ฟังอีกว่า ปัจจุบันนี้เราก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอลอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ดังนั้นวิธีคิดก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

 

ขั้นตอนของผมมีด้วยกัน 4 ขั้นตอน ดังนี้ครับ ขั้นตอนแรก คือการสร้าง Awareness หรือสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เพราะทุกวันนี้มีแบรนด์เกิดขึ้นมาใหม่เป็นแสน ๆ ล้าน ๆ แบรนด์ เราจึงต้องให้ความสำคัญ เพื่อที่จะให้แบรนด์เราเข้าไปอยู่ในการรับรู้ของผู้บริโภค และต้องทำให้ผู้บริโภคจดจำเราให้ได้

 

ขั้นที่สอง คือ Research หรือการให้ความสำคัญกับการค้นหาข้อมูลของลูกค้า เป็นขั้นที่มีความสำคัญรองลงมา เพราะปัจจุบันถือเป็นยุคที่ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เราจำเป็นต้องมีข้อมูลรองรับการค้นหาของผู้บริโภค เช่น การทำ SEO รวมไปถึงการซื้อโฆษณาบนหน้าของ google ซึ่งขั้นนี้มีส่วนช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าหรือแบรนด์ของเราอีกด้วย

 

ขั้นที่สาม Purchase หรือขั้นตอนการซื้อขาย ซึ่งในขั้นนี้เป็นขั้นตอนที่เกิดขึ้นหลังจากผู้บริโภครับรู้ถึงการมีอยู่ของแบรนด์เรา สินค้าเรา และทำการสืบค้นข้อมูลเป็นที่เรียบแล้ว เราจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับตัวสินค้าและช่องทางการซื้อขายที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้อย่างหลากหลาย เช่น Facebook, Website, Google

 

และขั้นสุดท้าย คือ Share  หรือการส่งต่อข้อมูล เปรียบเสมือนการสื่อสารแบบปากต่อปาก แต่การแชร์นั้นทรงอิทธิพลมากกว่านั้นเสียอีก เพราะเพียงผู้บริโภคแชร์ 1 ครั้ง จะมีเพื่อนหรือคนอื่น ๆ เห็นเพิ่มอีกหลายร้อยคน เพราะฉะนั้นเราต้องทำอย่างไรก็ได้ให้เกิดการบอกต่อแบรนด์เราไปเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นจากตัวคอนเทนต์ที่ดี จากผลิตภัณฑ์ที่ดี บริการที่น่าประทับใจ เมื่อผู้บริโภคแชร์คุณค่าดี ๆ ที่เราสร้างไว้ ก็จะทำให้คนที่ไม่รู้จักได้เห็นสินค้าเราหรือแบรนด์เรามากขึ้น เกิดเป็น awareness จากนั้นก็ไปทำการ Research ข้อมูล และทำการ Purchase และเกิดการ Share ขึ้นใหม่ วนกันไปแบบนี้ จะขาดขึ้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งไปไม่ได้

 

โดยนอกจาก 4 ขั้นตอนนี้แล้ว  ผมยังให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การใช้และเข้าใจสมองอีก 3 ขั้น ได้แก่

 

ขั้นที่ 1 เราต้องรู้ตนเองและผู้อื่น จากวิชา GeniusX เราจำเป็นต้องเข้าใจว่าตัวเรามีพฤติกรรมอย่างไร มีความถนัดในการใช้สมองส่วนใด เพื่อดึงศักยภาพสูงสุดของตัวเองออกมาใช้งาน อีกทั้งยังช่วยให้เราเข้าใจระบบความคิด และพฤติกรรมของคนรอบข้างที่เราต้องมีปฏิสัมพันธ์ด้วย 

 

ขั้นที่ 2 เราต้องรู้จักพัฒนาศักยภาพสมองของตนเอง จากวิชา Neuro Genius หลังจากที่เราที่รู้และเข้าใจว่าตนเองมีระบบความคิดอย่างไร ส่งผลให้มีพฤติกรรมอย่างไรแล้ว เราจะรู้ว่าเราใช้สมองส่วนใหญ่ไปกับสิ่งใด แต่วิชา Neuro Genius เป็นวิชาที่จะช่วยให้คุณพัฒนาในสิ่งที่คุณไม่ถนัดเพื่อลดช่องว่างของจุดอ่อนในตัวเอง ส่งให้สมองของเราพัฒนาศักยภาพของตัวเองให้ได้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยดึงประสิทธิภาพสูงสุดจากสิ่งที่เราถนัดมาใช้ได้อีกด้วย

 

ขั้นที่ 3 เราต้องรุูจักกลยุทธ์การตลาดที่จะส่งตรงไปยังสมองของลูกค้า จากวิชา NeuroMarketing  ซึ่งเป็นวิชาที่ทำให้เราสามารถพุ่งตรงไปยังสมองของผู้บริโภคได้ โดยในขั้นนี้เป็นขั้นที่เราต้องเรียนรู้หลักการทำงานของระบบความคิด สมอง และพฤติกรรมของผู้บริโภค เพราะในปัจจุบันนี้ผู้บริโภคมีตัวเลือกเพิ่มมากขึ้น สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น นั่นจึงทำให้พวกเขาไม่ได้จดจ่อกับบางสิ่งบางอย่างมากนัก ดังนั้นเราต้องใช้เวลา 3 วินาทีเพื่อกุมหัวใจผู้บริโภคมาให้ได้ ก่อนที่พวกเขาจะเลื่อนจอโทรศัพท์หนีไป โดย NeuroMarketing เป็นวิชาที่ศึกษาสมอง วิธีคิด พฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อนำความรู้เหล่านั้นมาใช้ในการตลาด หรือเป็นวิชาที่ผสานระหว่างวิทยาศาสตร์และการตลาดเข้าด้วยกัน

 

โดยสรุปได้ว่า เคล็ดลับในการทำธุรกิจแบบ อ.ดำรงค์ นั้นประกอบไปด้วย 4 ขั้นตอนในการสร้างแบรนด์และขายสินค้า ได้แก่ 1) Awareness 2) Research 3) Purchase และ 4) Share อีกทั้งยังต้องมีกลยุทธ์ในการเข้าใจสมองของตนเองและของผู้บริโภคด้วย วิชา GeniusX วิชา NeuroGenuis และวิชา NeuroMarketing นั่นเอง

 

อีกทั้ง อ.ดำรงค์ ยังได้กล่าวทิ้งท้าย โดยให้แนวคิดและไอเดียสำหรับผู้ที่กำลังอยากเริ่มต้นธุรกิจ ว่า โดยปกติแล้วคนเราจะมีอยู่ 2 ประเภท นั่นคือคนคือถูก และคนทำถูก โดยคนคิดถูกหรือกลุ่มนักคิด ที่คิด คิด แล้วก็คิด มีความรู้อย่างลึกซึ้งเฉพาะทาง เป็นนักวิเคราะห์ข้อมูลชั้นเลิศ ซึ่งบางอาชีพนั้นก็เหมาะกับคนที่คิดถูก เช่น อาจารย์ นักวิชาการ ด็อกเตอร์ เป็นต้น ส่วนอีกคนคือคนทำถูก คือคนที่ลงมือทำอะไรก็ทำอย่างจริงจัง ซึ่งบางครั้งก็อาจทำไปทั้ง ๆ ที่ไม่ได้คิดถึงผลลัพธ์อะไรนัก ขอเพียงแค่ได้ลงมือปฏิบัติ อย่างเช่นบรรดานักทำทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้า คนที่ทำเพื่อสังคม เป็นต้น

 

แต่หากคุณอยากทำธุรกิจ คุณจำเป็นต้องมีส่วนผสมของการคิดถูกและทำถูกอย่างลงตัว จะมีเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ คุณต้องเริ่มด้วยการคิดที่ถูกต้อง มีความรู้อย่างลึกซึ้งในสิ่งที่จะทำ ต้องมีการวิเคราะห์อย่าถี่ถ้วน และที่สำคัญคุณคิดแล้วคุณต้องลงมือทำด้วยวิธีการที่คุณคิดขึ้นมานั่นแหละครับ หรือสรุปได้ว่า การจะเริ่มต้นธุรกิจนั้น คุณจำเป็นต้องเป็นคนที่คิดถูกและทำถูกด้วยจึงจะประสบความสำเร็จ

 

สุดท้ายแล้วเมื่อคุณอยากประสบความสำเร็จไปด้วยและมีความสุขไปด้วย หนึ่งสิ่งที่สำคัญและจะมองข้ามไม่ได้คือ passion ไม่เช่นนั้นคุณประสบความสำเร็จแต่อาจจะขาดความสุข เพราะไม่ได้ทำในสิ่งที่คุณรัก เช่น บางคนมีความรู้ความสามารถเรื่องภาพ และกราฟฟิค และทำงานเป็นกราฟฟิคดีไซเนอร์ที่มีคุณภาพและประสบความสำเร็จได้ แต่อาจไม่มีความสุขที่ทำสักเท่าไหร่ แต่หากคุณเพิ่ม passion ความชื่นชอบด้านกีฬาเข้าไปด้วย กลายเป็น กราฟฟิคดีไซเนอร์ด้านกีฬา นั่นแหละครับจะทำให้คุณกลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตและมีความสุขควบคู่ไปด้วย

 

ผมเลยอยากให้สมการในการเริ่มต้นทำธุรกิจไว้ว่า คิดถูก + ทำถูก + passion = มีความสุข + ประสบความสำเร็จ

 

ปัจจุบันผมมีผลงานภาษาไทยแล้วกว่า 60 เรื่อง และแปลหนังสือจากภาษาอังกฤษอีกกว่า 30 เรื่อง นอกจากนี้ยังได้รับการติดต่อให้นำผลงานไปแสดงในงานหนังสือระดับนานาชาติที่ London Book Fair ประเทศอังกฤษ และ Frankfurt Book Fair ประเทศเยอรมนี จนได้รับการติดต่อซื้อลิขสิทธิ์แปลเป็นภาษาต่างประเทศแล้ว 10 ภาษา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ, อิตาเลียน, รัสเซีย, จีน, จีนไต้หวัน, โปรตุเกส, เช็ก, เยอรมัน และ ญี่ปุ่น โดยมีตัวแทนจำหน่ายหนังสือภาษาอังกฤษเป็นจำนวนกว่า 50 ประเทศทั่วโลกครับ

 

เมื่อพูดถึงแนวโน้มกระแสของคนรักการอ่านในเมืองไทย ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติเคยรายงานไว้ว่า มีคนไทยที่อ่านหนังสืออยู่ประมาณ 48 ล้านคน ซึ่งหากมองลึกลงไปอีกจะเห็นว่า ผู้หญิงมีสถิติการอ่านหนังสือมากกว่าผู้ชาย โดยผู้หญิงอ่านหนังสือประมาณร้อยละ 78.9 ขณะที่ผู้ชายอ่านหนังสือร้อยละ 76.5 แต่หากดูตามช่วงวัยแล้วกลุ่มที่อ่านหนังสือมากที่สุดเป็นกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน อ่านหนังสือประมาณร้อยละ 90 นั่นจึงทำให้หนังสือแนวนวนิยาย การ์ตูน เป็นกลุ่มหนังสือที่ขายดีที่สุด 

 

โดยกลุ่มเป้าหมายของหนังสือ GeniusX Business Intelligence เป็นกลุ่มวัยทำงาน อายุ 24 ปีขึ้นไป  ซึ่งสถิติการอ่านหนังสือของประชากรวัยทำงานนั้นเป็นกลุ่มที่มีสถิติการอ่านรองลงมาอยู่ที่ประมาณร้อยละ 79 จะเห็นได้ว่าเป็นตัวเลขที่ไม่ได้น้อยเลย นั่นจึงทำให้หนังสือแนวธุรกิจและพัฒนาตัวเองสำหรับวัยทำงานก็ยังสามารถไปต่อได้

 

ส่วนแนวโน้มการอ่านของคนไทย สถานการณ์ของการอ่านยังไปได้ในสถานการณ์ปัจุจบัน โดยอ้างอิงจากภาพรวมงานมหกรรมหนังสือ 3-5 ปีย้อนหลัง ปริมาณคนเข้ามาภายในงานก็ใกล้เคียงกัน ไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด เฉลี่ยประมาณครั้งละ 1.8 ล้านคน และสามารถสร้างเม็ดเงินได้ราว ๆ ครั้งละ 800-900 ล้านบาท

 

โดยตัวเลขเหล่านี้สามารถบอกได้ว่า จำนวนของคนรักการอ่านในบ้านเราไม่ได้ลดลงมากมายนัก เพียงแต่ว่าด้วยเทคโนโลยี หรือที่เราเรียกว่ายุคนี้เป็นวิถีชีวิตแบบออนไลน์ คนเราอาจจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการอ่านไปบ้าง เช่น เมื่อมีเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตเข้ามา เป็นเรื่องธรรมดาที่คนจะหันไปเสพสื่อต่าง ๆ ในออนไลน์ และหนังสือก็เป็นหนึ่งในนั้น ส่งผลให้สัดส่วนการอ่านหนังสือที่เป็นสิ่งพิมพ์ลดลง รายได้ของร้านหนังสือต่าง ๆ ก็ลดลง แต่กลับกันหนังสือ E-Book กลับมีสถิติที่สูงขึ้นทุกปี

 

ตอนนี้มูลค่าตลาดหนังสือ E-book ในบ้านเราอยู่ที่ประมาณ 3,000 ล้านบาท แต่ได้รับการคาดการณ์ว่าในปี 2565 หรืออีก 4 ปีข้างหน้าว่า มูลค่าตลาดหนังสือออนไลน์จะสูงราว ๆ 5,500 ล้านบาท และสัดส่วนของหนังสือ E-book จากเดิมอยู่ที่ประมาณ 7% จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า หรือ 14%

 

จริง ๆ ในหนังสือ GeniusX Business Intelligence เป็นเหมือนพื้นฐานของแนวคิดเรื่องการแบ่งคนออกเป็น 6 ประเภท พร้อมวิธีการนำไปใช้ที่ทุกคนควรรู้ ซึ่งภายในปีหน้านอกจากที่จะมีแผนเปิดสถาบันแล้ว เรายังจะมีเปิดสอน GeniusX ในรูปแบบของ Workshop ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ทฤษฎีควบคู่ไปกับการลงมือปฏิบัติ โดยจะแบ่งออกเป็น 10 หลักสูตร ได้แก่ Relationship / Leadership / Decision Making / Negotiation / Management / Marketing / Business Intelligence / Executive Skills / Human Development ถ้าอย่างไรก็สามารถติดตามข่าวสารได้ที่แฟนเพจ FB: DamrongPinkoon หรือทาง Line@: @damrongpinkoon ครับ

 

แต่สำหรับใครที่อยากเรียนรู้เพื่อพัฒนาต่อยอดธุรกิจให้ก้าวหน้า หรืออยากได้เคล็ดลับ แนวคิด วิธีคิด ในการทำธุรกิจ พัฒนาองค์กรและบุคลากรให้ประสบความสำเร็จตามแบบฉบับของ อ.ดำรงค์ พิณคุณ  ซึ่งทาง อ.ดำรงค์ พิณคุณ กำลังจะเปิด Workshop ที่มีชื่อว่า “Rich Brain”

 

โดย Rich Brain เป็น Workshop ที่จัดขึ้นเพื่อให้ผู้ประกอบการ พนักงานจากหน่วยงาน และเจ้าของธุรกิจต่าง ๆ จาก 8 กลุ่มอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร, กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค, กลุ่มธุรกิจการเงิน, กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม, กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง, กลุ่มทรัพยากร, กลุ่มบริการ และกลุ่มเทคโนโลยี สามารถนำแนวคิดและความรู้ที่ได้ไปพัฒนาธุรกิจ พัฒนาคาบุคลากร และพัฒนาองค์กร ให้ประสบความสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

งาน Workshop “Rich Brain” นี้ จะจัดขึ้นในวันที่ 2-3 มีนาคม 2562 ณ ห้องภิรัช ไบเทค บางนา ใครที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ FB: Damrong Pinkoon, หรือทาง Line@: @damrongpinkoon

 

ส่วนหนังสือ GeniusX Business Intelligence (สมองอัจฉริยะ ชนะเกมธุรกิจ) จะวางจำหน่ายตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป ร้านนายอินทร์ / Se-ed / Asiabooks / B2S / Kinokuniya หรือสามารถสั่ง Pre-order ในรูปแบบหนังสือหรือ E-book ได้ทาง FB: Damrongpinkoon หรือแอปพลิเคชัน Damrongpinkoon

 

 

Visitors: 248,647