PLAYBOY

PLAYBOY เปิดแนวรบตลาดถุงยางอนามัยพรีเมียม พร้อมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมตัวแทนจำหน่ายทั่วโลกครั้งแรกในไทย

 

อมร ดารารัตนโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TNR (Mr. Amorn  Dararattanaroj Chief Executive Officer Thai Nippon Rubber Industry Public co., Ltd.) ผู้ผลิตและจำหน่ายถุงยางอนามัยจากน้ำยางธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดในไทย ภายใต้แบรนด์ “PLAYBOY” เปิดเผยว่า หลังจากที่ TNR เข้าซื้อสิทธิการขายและทำการตลาดถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นแบรนด์ PLAYBOY ทั่วโลก (Global License) จาก Playboy Enterprises International, Inc. ( “PLAYBOY”) ประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่เดือนเมษายน 2561  ด้วยงบลงทุนกว่า 471 ล้านบาท โดยได้สิทธิ์ใน 188 ประเทศทั่วโลก บริษัทได้เดินหน้ารุกขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศเต็มรูปแบบ เพราะเชื่อมั่นในศักยภาพของแบรนด์ PLAYBOY และเพื่อเป็นการตอกย้ำและสร้างการรับรู้ภาพลักษณ์ระดับพรีเมียมให้กับคนไทยและทั่วโลก บริษัทจึงเตรียมแผนการประชาสัมพันธ์ และทำกิจกรรมการตลาดต่อเนื่องตลอดทั้งปีนี้

 

นอกจากนี้ TNR ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ถุงยางอนามัย PLAYBOY ภาพลักษณ์ใหม่ทั่วโลก ที่มีการปรับตรารูปแบบบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ใหม่ พร้อมยกระดับสู่ความเป็นแบรนด์พรีเมี่ยม เน้นความหรูหรา คลาสสิค เหมาะสำหรับกลุ่มเป้าหมายระดับพรีเมียม โดยในประเทศไทยได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ตัวแรกได้แก่ ถุงยางอนามัย เพลย์บอย รุ่น แม็ทช์-49 มม. (PLAYBOY CONDOMS Match-49) พร้อมใช้งบการตลาดกว่า 35 ล้านบาทในการทำตลาดครบวงจร ทั้ง Above the line และ Below the line เพื่อสร้างการสื่อสารแบรนด์ และกิจกรรมการตลาดครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น ภาพยนตร์โฆษณา (TVC) ชุดใหม่ ภายใต้ชื่อ “Respect Your Partner.” “ดูแลกันและกันด้วยแนวคิด ความรักของคนสองคนจะต้องดูแลและใส่ใจซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ จะต้องมีความห่วงใยคนที่เรารัก ด้วยการดูแลปกป้องทุกครั้งก่อนมีเพศสัมพันธ์ด้วยการสวมถุงยางอนามัย โดยเนื้อหานำเสนอไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคู่รักที่สุดโรแมนติค ในโอกาสครบรอบวันแต่งงาน ด้วยการนัดกันไปทานอาหารในร้านอาหารสุดหรู ภาพการแสดงออกถึงความห่วงใยใส่ใจซึ่งกันและกัน และแสดงออกถึงความรักที่ทั้งสองมอบให้กันและกัน ในบรรยากาศท่ามกลางแสงเทียน อันอบอุ่นผลงานสร้างสรรค์โดย Monarch Digital Media, LLC.  Los Angeles, USA. ความยาว 60 วินาที , 30 วินาที และ 15 วินาที  พร้อมออกอากาศทางสื่อโทรทัศน์และโซเชียล มีเดีย ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป

 

การเปิดตัว PLAYBOY CONDOMS Match-49 ถือเป็นครั้งแรกที่ PLAYBOY จะรุกตลาดพรีเมี่ยมเต็มที่ นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนเปิดตัวเจลหล่อลื่นใหม่สำหรับผู้บริโภคกลุ่มพรีเมี่ยมออกมาทำตลาด และมีแผนพัฒนาสินค้าโดยฝ่ายวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อสร้างนำเสนอสิ่งใหม่ๆ เพื่อสร้างความแตกต่างและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด โดย PLAYBOY CONDOMS Match-49 เริ่มวางจำหน่ายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ตั้งแต่ กุมภาพันธ์ 2562 พร้อมกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีแผนจัดกิจกรรมการตลาด ภายใต้กลยุทธ์ “EDM มิวสิค มาร์เก็ตติ้งทั้งการสนับสนุนการจัดคอนเสิร์ต และ สปอร์ต มาร์เก็ตติ้งกับการสนับสนุนการแข่งขันรถแข่ง เป็นต้น

 

ทั้งนี้ บริษัทมีแผนขยายช่องทางการจำหน่าย และขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ ให้ครอบคลุมกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ทั้งยุโรป ละตินอเมริกา และแอฟริกา ซึ่ง TNR มั่นใจว่าจะสามารถสร้างยอด PLAYBOY ได้ 250 ล้านบาทในปีนี้ มีอัตราการเติบโตร้อยละ 230 โดยมีสัดส่วนยอดขายคิดเป็นร้อยละ 14 ของรายได้ทั้งหมดของ TNR และมีส่วนแบ่งตลาดในไทยเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 10 จากเดิมที่มีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 7 และจะทำให้ PLAYBOY ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดถุงยางอนามัยระดับพรีเมี่ยมได้ภายใน 3 ปี

 

นอกจากนี้ TNR ยังเป็นเจ้าภาพจัดประชุมตัวแทนจำหน่ายถุงยางอนามัย PLAYBOY ทั่วโลกครั้งแรกในประเทศไทย หลังจากที่ได้สิทธิ์ Global license ในงาน PLAYBOY CONDOMS GLOBAL SUMMIT & THE LEGEND PARTY2019”  ระหว่างวันที่ 26-29 มีนาคม 2562 โดยภายในงานจะเป็นการประชุมเพื่อร่วมกำหนดนโยบายในการดำเนินธุรกิจ พร้อมกับการกำหนดยุทธศาสตร์ของถุงยางอนามัย PLAYBOY ที่มีการปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์, บรรจุภัณฑ์ (Packaging) ใหม่ พร้อมยกระดับสู่ความเป็นแบรนด์พรีเมี่ยม และแผนการขยายตลาดในต่างประเทศ หลังจากที่เริ่มเปิดตลาดใหม่ในอเมริกา ยุโรป จีน อินเดีย ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย แอฟริกา รวมแล้วกว่า 80 ประเทศทั่วโลก  และมีแผนเดินหน้าขยายตลาดในต่างประเทศต่อเนื่อง

 

สำหรับตลาดถุงยางอนามัยในเมืองไทยในปี 2561 มีมูลค่าราว 1,423 ล้านบาท มีการเติบโตลดลงร้อยละ 0.6  มีปริมาณการขาย (Volume)เท่ากับ 70 ล้านชิ้น ลดลงร้อยละ 2.9 โดยในปีนี้คาดว่าตลาดรวมจะมีการเติบโตร้อยละ 5 มีปริมาณการขาย (Volume) เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 ขณะที่ตลาดถุงยางอนามัยในตลาดโลกในปี 2561 มีมูลค่าราว 5,900  ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 205,000 ล้านบาท มีการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.6  มีปริมาณการขาย (Volume)เท่ากับ 36,650 ล้านชิ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ  9.9 โดยในปีนี้คาดว่าตลาดรวมจะมีการเติบโตร้อยละ 8.8 เป็น 6,390  ล้านเหรียญสหรัฐ และคาดการปริมาณการขาย (Volume) เพิ่มขึ้นร้อยละ 10

 

 

Visitors: 289,705